Casperz's profile┏╄━••.•´╰☆╮♪[Ќзżџķξ]♪╰☆╮...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 03 ไดอารี่ บลา บลา ภาค 5-1ไดอารี่ บลา บลา 3 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part V-I] สวัสดีเช้ามืดวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ รู้สึกไม่งัวเงียแฮะ แปลกจัง ปกติตอนมาต้องขออีก 2-3 ปลุกค่อยลุก แต่วันนี้ปลุกเดียวก็ลุกแล้ว อ้อเมื่อคืนกินโปรตีนเข้าไป เดี๋ยวจะเล่าว่ามันดียังไง เช้านี้ก็ไม่มีไรพิเศษ ก็อาบน้ำแต่งตัว วันนี้ตื่นเช้าเว้ยใช้ Tolsom ทันหล่อเชียวกู ฮ่า ฮ่า ฮ่า จัดแจงไรเสร็จสรรพ ที่สำคัญมากต้องไม่ลืมเซ็ตบอทเกมส์สามก๊กให้พี่ชายก่อนออกไปทำงาน ใครรู้จักมั่งเกมส์ TS Online อ่ะ สนุกนะเว้ย เคยเล่นจริงจังตอนเรียนมหาลัยแล้วก็เลิกไป พึ่งจะกลับมาเล่นใหม่ตอนอัพแพทเลี้ยงลูก ตอนนี้พี่แกก็เปิดซะ 4 ตัว เวลสูงสุดก็ 200 ตอนนี้ก็ 200 ไป 2 ตัวหลักแล้ว จุติ เกิดใหม่กลับมาเวล 1 ใหม่ เริ่มเก็บเวลใหม่ พอ 200 ก็จะจุติอีกรอบกลับมาเวล 1 ใหม่แล้วเริ่มเก็บเวลอีก มันจุติได้ 2 รอบ ความพิเศษคือที่เวลเท่ากัน จุติกับไม่จุติจะมีความสามารถแตกต่างกันมากไม่ว่าจะเป็นสกิลใหม่ๆ ที่มีให้เมื่อจุติแล้วเท่านั้น แล้วก็แต้มสเตตัสพิเศษที่ได้มาเพิ่ม จากที่บอทให้ตอนนี้ก็ มีจุติ 1 รอบ 2 ตัวเวล 93 ทั้ง 2 ตัวก็ไม่รู้พี่แกจะเล่นถึงเท่าไหร่ถึงจุติรอบ 2 แล้วก็ตัวที่ปั้นใหม่เมื่อไม่กี่วันมานี่อีก 2 ตัวเวลก็ 110+ แมร่งอัพไวชิบหาย ทีเมื่อก่อนพากันเล่นมา 5-6 เดือนยังเวลไม่ถึงร้อยเลย มานี่แปปเดียว เพราะเอามันไปดูดกะตัวเวลสูงๆ แปปเดียวก็ขึ้น ตอนนี้พี่ผมก็เรียนนิติศาสตร์อยู่ แกเป็นคนที่ฉลาดแล้วก็เก่งมากๆ แต่มีข้อเสียที่รุนแรงพอสมควรนั่นก็คืออะไรที่แกไม่สนใจแกก็ไม่ใส่ใจเลย(เรื่องนั้นดันเป็นเรื่องเรียน กับอ่านหนังสือซะด้วยสิ) แต่สิ่งที่แกสนใจนี่ทำได้ดีสุดๆ (ดูอย่างเล่นเกมส์ เก่งทุกเกมส์ ขนาดผมเล่นมาก่อนนะ ไปแนะนำแกเล่น แกเล่นแปปเดียวเก่งกว่าผมแระ รู้มากกว่าด้วย) มาถึงเรื่องที่กล่าวไว้ว่าทำไมเช้านี้ไม่รู้สึกหร่อยเหมือนเดิม ก็น่าจะเป็นเพราะโปรตีนกับพวกสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สวามปามเข้าไปเมื่อคืนนี่ล่ะมั้ง ไอ้เราก็สนใจขึ้นมาแฮะ ว่าอาหารเสริมพวกนี้มันจำเป็นหรือเปล่า ทำไมเราต้องกินด้วย ผู้เฒ่าผู้แก่เราก็อยู่มาได้ตั้งนานไม่เห็นต้องกินอะไรพวกนี้เลย อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะ เพราะคนแก่ที่บ้านผมก็ 60-70 เยอะ เค้าก็ยังอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นจะต้องกินอาหารเสริมเลยนิ ว่ามะ แต่พอลองได้ศึกษา ก็พบว่า ร่างกายของคนเรานั้น เราจะรู้สึกว่าตัวเองแก่ก็อายุประมาณ 50 ปี ใช่มะ ประมาณนี้ จะรู้สึกว่าผิวเริ่มแก่ ไม่มีเรี่ยวแรง แต่ถ้าพูดถึงความแก่ในระดับเซลล์ที่อยู่ภายในร่างกายเราแล้วล่ะก็เซลล์จะเริ่มแก่และเสื่อมสภาพตอนเราอายุ 25 เท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าเวลาเราเจ็บป่วยก่อนอายุ 25 มันจะหายได้เร็ว กว่าคนที่อายุเยอะกว่านี้ ทีนี้พอเซลล์เริ่มแก่ มันก็จะเสื่อมสภาพ เยื่อหุ้มเซลล์ก็จะอ่อนแอลง พวกเชื้อโรคต่างๆ ก็จะเข้าไปทำลายเซลล์ได้ง่ายขึ้น เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยต่างๆ แต่ในปัจจุบันงานวิจัยต่างๆ ออกมามากมายระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเป็นโรคพวก มะเร็ง ไขข้อ ความจำเสื่อม หรือโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมต่างๆ นั้นเกิดจากพวกที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบ้าง อนุมูลอิสระคือสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในกระบวนการหายใจ โดยจะดึงออกซิเจนเข้ามาใช้ และทำการเผาผลาญเกิดเป็นพลังงาน แล้วก็จะมีประจุอิเล็คตรอนโดดเดี่ยวขึ้นมา เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วตามธรรมชาติของกฎอะตอม มันก็จะหาที่รวมประจุ พอหาไม่ได้ก็จะเข้าไปแย่งจากตัวอื่น พอแย่งได้ ตัวที่โดนแย่งก็จะเกิดประจุโดดเดี่ยวอีกก็ไปหาแย่งตัวอื่นอีก เป็นลูกโซ่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทำให้บริเวณไหนที่มีพวกอนุมูลอิสระมาก เซลล์ในร่างกายก็จะเกิดการทำงานที่ผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตามร่างกายของคนเราสามารถที่จะกำจัดอนุมูลอิสระออกไปได้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว โดยใช้สารเฉพาะที่มีในพืชผักต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป สารพวกนี้จะทำให้พืชผักผลไม้ มีสีสันและรสชาติแตกต่างจากเนื้อสัตว์ สารพวกนี้จะไปทำให้สภาพของเซลล์มีความเป็นกรดด่างที่เหมาะสม ส่งผลให้พวกอิเล็คตรอนโดดเดี่ยวมีสภาพที่เป็นกลางและไม่มีประจุ ทำให้ไม่เกิดการแย่งประจุกัน หรือบางทีเราจะเรียกสารพวกนี้ว่าเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidation) ที่คนสมัยก่อนอยู่มาได้อายุยืนยาวก็เพราะว่า เมื่อก่อนนั้นสภาพแวดล้อมดีกว่าตอนนี้มาก อากาศ แม่น้ำลำคลอง อะไรต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดี สารอาหารที่ได้จากการกินในชีวิตประจำวันก็เพียงพอแล้วสำหรับการกำจัดพวกอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้น แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ สิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นเยอะ ควัน ฝุ่น สารพิษจากยาฆ่าแมลง สารเร่งเนื้อแดง ที่เราได้รับอยู่ทุกวัน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น จนร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้หมด เพราะสารอาหารที่จะนำมาสร้างตัวกำจัดไม่เพียงพอ ซ้ำร้ายพืชผักผลไม้ที่กินเข้าไปโดยคิดว่าจะเอามาช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ กลับกลายเป็นการเพิ่มด้วยซ้ำเพราะมีพวกยาฆ่าแมลง ดังนั้นนี่จะเป็นสาเหตุว่าทำไมในปัจจุบันคนจึงป่วยเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมเยอะขึ้น แล้วโรคพวกความเสื่อมต่างๆ เช่นพวกมะเร็ง ไขข้อ ปอด ตับ ความจำเสื่อม ล้วนเป็นโรคที่เป็นแล้วเหมือนตายทั้งเป็น เป็นโรคที่พอเป็นแล้วต้องรักษาไปจนตาย เงินที่เสียไปกับการรักษาก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ ค่าหมอค่ายาไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งโรคความจำเสื่อมนะ คนที่เป็นน่ะไม่รู้สึกอะไรหรอกเพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่คนที่อยู่ด้วยรอบข้างนี่จะเหมือนตายทั้งเป็น เป็นผมนะถ้ารู้ว่าจะเป็นโรคนี้ผมฆ่าตัวตายดีกว่า สงสารคนที่ต้องมาดูแลผม ให้พวกเค้าเสียใจทีเดียวตอนที่ผมตายไปยังดีกว่าจะต้องมาทรมานเพราะต้องดูแลผมตลอดไป ซึ่งโรคพวกนี้คนเราทุกคนมีโอกาสเป็นครับ ผมลองหาข้อมูลแล้ว ปรึกษาเพื่อนที่เป็นหมอ และนักโภชนาการ พยาบาล แต่จะเป็นมากเป็นน้อย เป็นเมื่อไหร่ หรือไม่เป็นเลยก็ขึ้นอยู่กับสภาพของร่างกายครับ ร่างกายของคนเรายังไงๆ มันก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาอยู่แล้วจริงมะ แต่ว่าเมื่อดูดีๆ แล้วจะพบว่าโรคพวกนี้มันสามารถป้องกันได้นะ เพราะมันมีทั้งคนที่เป็นและไม่เป็น จริงมะ แล้วเราเลือกที่จะอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ จากการวิจัยศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ จะพบว่าวิธีหลีกเลี่ยงโรคพวกนี้สามารถทำได้โดย 3 หลักการใหญ่ๆ 1. ป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์อักเสบ เมื่อเซลล์เริ่มเสื่อมสภาพ หลังอายุ 25 เยื่อหุ้มเซลล์ก็จะอ่อนแอลง พวกเชื่อโรคและอนุมูลอิสระก็สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ได้ง่ายขึ้น 2. เพิ่มการต่อต้านพวกอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระ ร่างกาย สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับพวกสิ่งกระตุ้นเช่น ควัน สารพิษ ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี (แต่คงอยากมาก) 3. เพิ่มโคเอนไซน์ คิวเทน (Co-enzyme Q10) โคเอนไซม์ คิวเทน เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย จะกระตุ้นการสร้างพลังงาน เป็นพลังงานแห่งการมี ถ้าไม่มีมันหมายถึงว่าเราได้ตายไปแล้ว โดยร่างกายจะเริ่มลดการสร้าง โคเอนไซม์ คิวเทน เมื่ออายุ 20 โดยจะพบว่าคนวัย 40 มีปริมาณ โคเอนไซม์ คิวเทน น้อยกว่าคนอายุ 20 ปีถึง 2 เท่า ดังนั้นนี่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องเพิ่มเข้าไปให้ร่างกายเมื่อเราอายุเกิน 20 ปี ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคน ผมก็เคยเข้าใจว่าถ้าอยากสุขภาพดีง่ายๆ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ออกกำลังกาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเราคงไม่เห็นหมอ ญาติๆ ของหมอ หรือผู้ที่มีความรู้ทางการแพทย์ป่วยเป็นโรคพวกนี้หรอกจริงมั้ย แสดงว่าแม้แต่คนที่มีความรู้เรื่องทางการแพทย์ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย การที่จะป้องกันโรคนี้ได้มันก็ต้องอยู่ที่การดูแลตัวเอง มีคนเคยว่าไว้ว่า เราเป็นอย่างที่เรากิน มันก็จริงซะด้วย ง่ายๆ เลยครับร่างกายของเรามันเจ๋งอยู่แล้ว แค่ให้วัตถุดิบที่ต้องการให้ครบและเพียงพอ มันจะจัดการของมันเอง นั่นคือเราต้องกินอาหารที่มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการขณะสภาพแวดล้อมนั้น ที่ครบถ้วนและเพียงพอ กินอิ่มกับกินครบไม่เหมือนกันนะครับ สมมุติว่าผมเอาโถแก้วมาใบนึง ช่องว่างในโถแก้วเป็นปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แล้วผมใส่ลูกเทนนิสเข้าไป(กะลังเห่อแทมมี่เข้ารอบ 8 คนวิมเบอดัน ถึงจะแพ้วีนัสก็เถอะ เก่งมากเลยคร้าบเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนได้) ลูกเทนนิสสมมุติว่าเป็นอาหารที่เรากิน ใส่เข้าไป ใส่เข้าไป จนมันเต็มก็เปรียบเหมือนว่าเรากินจนอิ่ม แต่ว่าภายในโถแก้วใบนั้นยังมีช่องว่างระหว่างลูกเทนนิสอยู่ ก็แสดงว่าที่เรากินอิ่มๆ นั้นยังได้สารอาหารไม่เพียงพอ ทีนี้ก็ขึ้นกับว่าใครจะเติมเต็มช่องว่างนั้นได้มากกว่ากัน สมมุติผมเติมทรายเข้าไป ทรายก็สามารถเข้าไปอยู่ในระหว่างช่องว่างนั้นได้ ก็เปรียบทรายเป็นเหมือนอาหารเสริมแหละ เรามีหน้าที่ต้องหาทรายมาเติมลงในโถแก้วให้เต็มช่องว่าง ใครเติมได้มากกว่าก็สุขภาพดีกว่า TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://kezuke.spaces.live.com/blog/cns!F80BA4140B9D1975!428.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|