Casperz's profile┏╄━••.•´╰☆╮♪[Ќзżџķξ]♪╰☆╮...PhotosBlogListsMore Tools Help

Casperz Hoze

Photo 1 of 10
More albums (1)

┏╄━••.•´╰☆╮♪[Ќзżџķξ]♪╰☆╮¯`•.••━╃┓

Nothing impossible for man who get dream !!!

ยินดีต้อนรับสู่ KezukE 's Space

เข้ามาเป็นคนที่เท่าไหร่เอ่ย
July 03

ไดอารี่ บลา บลา ภาค 5-2

ต่อจาก Part V-I

ไดอารี่ บลา บลา 3 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part V-II]

นักวิจัยได้ทำการวิจัยเซลล์ของคนเราแล้วพบว่าคนเราสามารถที่จะมีอายุยืนได้ถึง 120 ปีทีเดียว ถ้าเราดูแลเซลล์ของเราให้ดีๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) บอกว่ามีหลักการกินง่ายๆ อยู่ 3 อย่างเท่านั้นเอง เอาไปใช้ได้ใครอยากสุขภาพดี

1.      ทานโปรตีนที่มีคุณภาพ

โปรตีนคุณภาพไม่ได้หมายถึงเนื้อสัตว์คุณภาพดีนะเว้ย อย่าเข้าใจผิด แต่หมายถึงโปรตีนที่ให้กรดอะมิโนจำเป็นครบ 9 ชนิดซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะช่วยให้การบำรุงอวัยวะต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น พวกหลอดเลือด หัวใจ สมอง ตับ ลำไส้ กระเพาะ และอื่นๆ ทุกอย่างในร่างกายเราล้วนมีส่วนประกอบมาจากโปรตีนทั้งสิ้น ดังนั้นกินโปรตีนดีแน่นอนครับ

2.      ทานกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง

กรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการทานปลาทะเลที่มีโอเมก้า 3 โดยปลาพวกนี้จะกินแพลงตอนสาหร่ายที่มีสารพวกนี้เข้าไปและสะสมในเนื้อปลา ปลาที่ทอดนี่ไม่เอานะ ไม่มีโอเมก้า 3 เหลือแน่นอน โดยกรดพวกนี้จะช่วยในการบำรุงหลอดเลือดช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด สาเหตุของโรคความดัน และโรคหัวใจ

3.      ทานสารต้านทานอนุมูลอิสระ

สารพวกนี้เรียกว่าไฟโตนิวเทรียน ไม่รู้เรียกถูกเปล่านะ เป็นสารที่พบในพืชผักผลไม้ ซึ่งไฟโตนิวเทรียนนี้จะเป็นสารที่ทำให้ผักผลไม้แต่ละอย่างมีสีสันที่แตกต่างกัน  มีรสชาติที่ต่างกัน เช่นพวกคอโรฟิลล์ เบต้าเคโรทีนเป็นต้น ซึ่งสารพวกนี้หล่ะที่จะเป็นตัวยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidation)

ซึ่งถ้ามีสามอย่างนี้ครบ อาหารเสริมก็ไม่จำเป็นตัดออกไปเลยครับ กินแบบของเราต่อไปเลย แจ่มแล่ว

แล้วถามว่าพวกคาร์โบไฮเดรต ไขมัน ล่ะไม่กินติ โอยพี่น้องครับ ข้าวที่เรากินอยู่ทุกวัน น้ำมันที่ทำอาหารก็เพียงพอแล้วครับ เกินเสียด้วยซ้ำ แต่ที่เราต้องการจากพวกนี้คือไฟเบอร์ครับ ซักจะช่วยในเรื่องของการดูดซึม และการขับถ่าย ป้องกันมะเร็งลำใส้ได้

เพราะงั้นผมเริ่มมองตัวเองแล้วขณะนี้ที่อายุยังไม่ถึง 25 มันไม่รู้สึกหรอกเพราะเซลล์ยังดีๆ อยู่ สมมุติว่าพอผมอายุซัก 40 ผมป่วยเป็นโรคๆ นึงเอาว่าเป็นมะเร็งปอดก็แล้วกันเพราะอัดยาเยอะ แต่จะเลิกให้ได้ในเดือนนี้แน่นอน มีคนขอไว้ไม่งั้นเค้าเลิกคบ 555 แล้วสมมุติว่าผมมีเงินเก็บเยอะนะเพราะวางแผนเผื่อส่วนเจ็บไข้ได้ป่วย พร้อมทำประกันมะเร็งไว้ด้วย ผมก็เอาเงินส่วนนั้นมารักษาตัวเอง มะเร็งก็ลามเรื่อยๆ เรื่อยๆ ผมอยู่กับมะเร็งจากอายุ 40 ยันสุดๆ ก็คง 80 มั้ง แล้วก็เสียชีวิต คิดดูว่าค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็งในระยะเวลา 40 ปีนี่จะเป็นเงินเท่าไหร่ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคคงจะช่วยได้อยู่หรอกมั้งว่ามะ (ไม่มีทาง 30 บาท ผ่าตัดวันเดียวกลับบ้านหิ้วเอาสายน้ำเกลือกลับด้วย อันนี้พี่พยาบาลที่ผมคุยด้วยเล่าให้ฟัง)

กับอีกวิธีนึงในเมื่อโรคพวกนี้มันป้องกันได้ จากวิธี 3 อย่างที่กล่าวมา ผมก็เจียดเงินส่วนนี้มาซื้ออาหารเสริม เพื่อเพิ่มส่วนที่ร่างกายขาดเข้าไป แล้วผมก็ดูแลตัวเองดีๆ กินอย่างสม่ำเสมอ สุขภาพก็ดี มีความสุข จนอายุ 80 ผมก็ป่วย เพราะเซลล์มันเสื่อมสภาพแล้วตามกาลเวลา รักษา 2 ปีก็ตาย แล้วคิดว่าช่วงระยะ 40 ปีจาก 2 กรณีนี้ผมจะเลือกอันไหน แน่นอนผมเลือกวิธีที่สองอยู่แล้ว อีกอย่างเมื่อเทียบราคาอาหารเสริมกับค่ายาค่าพยาบาลในการรักษาแล้วมันเทียบกันไม่ติดเลยนะ ซื้ออาหารเสริม เอาแบบสุดๆ ทุกตัวที่จำเป็น แถมแจกคนในครอบครัวอีก กินได้ 5 ปีเชียวนะครับเทียบกับค่าการรักษาโรคมะเร็งเพียงแค่ปีเดียว แล้วอยู่ได้อย่างมีความสุขด้วยไม่ต้องทนทรมานกับมะเร็ง แล้วคนที่หลงเข้ามาอ่านไดอารี่บ้าๆ บ๊องๆ ของผมจะเลือกอันไหนล่ะ โรคจากความเสื่อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ลองคิดดูนะ

หลายคนคงมีความรู้เรื่องอาหารเสริมมาบ้างแล้วล่ะไม่มากก็น้อย เอาง่ายๆ ไหนใครไม่รู้จักน้ำมันปลามั่ง แล้วรู้มั้ยมันมีประโยชน์ยังไง (รู้ ว่ามันดี เค้าบอกว่ามันดี กินแล้วดีต่อร่างกาย แต่มันทำอะไรกับร่างกายนั้นไม่รู้ง่ะ แหะๆ) สารอาหารบางอย่างในน้ำมันปลาเป็นตัวสื่อกลางในการสารระหว่างเซลล์ครับช่วยให้เซลล์ทำงานประสานกันกับส่วนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยลดการอักเสบของเยื่อหุ้มเซลล์ได้ ส่งผลให้เกิดประโยชน์สารพัด น้ำมันปลาเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงครับ พบในปลาทะเลเท่านั้น (มิน่าตูอยู่กรุงวาปีแถวรัฐสารคามซิตี้ ไม่เคยได้กิน) โดยจะมีมากมีน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งที่ปลาอยู่ครับว่ามีปริมาณแพลงตอนสาหร่ายให้กินมากแค่ไหน กินมากสะสมมากครับ โดยกรดนี้จะเรียกว่า โอเมก้า 3 ซึ่งจะประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ EPA และ DHA ปัจจุบันมีขายเยอะมาก หลายเจ้า บางทีเดินๆ แถวงานกาชาดเจอตั้งขายก็มี ซื้อ 3 แถม 1 ตลาดนัดจตุจักรยังมีเลย จำได้ว่าเคยเจอ ไม่รู้ตอนนี้ยังขายอยู่รึเปล่า หุหุ เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะแนะนำวิธีเลือกก็แล้วกัน อย่างแรกเลยน้ำมันปลาที่ดีต้องไม่อยู่ในแคปซูล เพราะอากาศเข้า เสียแน่นอน อย่างที่สองต้องมีวิตามินอี เพราะเป็นตัวช่วยเก็บรักษาคุณภาพของกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงไว้ ถ้าไม่มีอย่าซื้อไม่มีประโยชน์เสียตังค์ทิ้งเฉยๆ สามต้องมีปริมาณสารออกฤทธิ์ EPA/DHA ในสัดส่วน 2:1, 3:2 หรือ 4:3 และ ปริมาณ (EPA+DHA)/ปริมาณน้ำมันปลา ต้องมากกว่า 20% จึงจะออกฤทธิ์ได้ดี ดังนั้นถ้าที่กินอยู่ไม่ได้แบบนี้ กินไปก็ไม่ช่วยอะไรครับพี่น้อง เสียตังค์ทิ้งแน่นอน

            มาถึงเรื่องของโปรตีนกันบ้าง อาหารเสริมพวกโปรตีนก็มีอยู่เยอะครับ ทั้งจากเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ที่สำคัญๆ จริงในการเลือกซื้อโปรตีนครับ ดูปริมาณกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดเทียบกับน้ำหนักตัวครับมันจะเขียนไว้ข้างกล่องที่ซื้อมาน่ะแหละ หัดดูซะมั่ง ถ้าเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพเขาจะระบุไว้เลยครับว่าทาน 1 หน่วยบริโภคนี้ จะได้ปริมาณกรดอะมิโนเท่าไหร่ และเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการต่อวันมั้ย โดยจะดูเทียบกับที่องค์การอนามัยโลกกับหนดไว้ครับ ดูข้างกล่องนั่นแหละว่ามีมั้ย ถ้ามันดีจริงเขาก็ต้องกล้าเขียนบอกแหละว่ามันได้เท่าไหร่ เราก็จะรู้ว่าเราต้องกินในปริมาณเท่าไหร่ กี่หน่วยบริโภคถึงจะได้ปริมาณกรดอะมิโนจำเป็นครบตามที่ร่างกายต้องการ ปริมาณโปรตีนอื่นๆ หาเอาตามเนื้อสัตว์อาหารที่กินอยู่ทุกวันแหละครับ ส่วนวิธีการเลือกซื้อก็ง่ายๆ ดูว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นครบหรือเปล่า ปริมาณเท่าไหร่ แล้วมีตารางเปรียบเทียบปริมาณที่ต้องการต่อวันให้ ถ้าครบก็โอเคครับพอไหว

 

11.19

            แมร่งวันนี้ร่ายมาซะยาวเลยตู ตกลงวันนี้ตูมาทำไรฟะ นั่งเขียนบทความอาหารเสริมหรือไงนิ เอาเถอะวะเผื่อมีคนบ้าอ่านตามแล้วสนใจ 555

ความจริงก็ไม่มีไรมากพอดีตอนนี้ทำธุกิจเครือข่ายตัวนึงอยู่มีโอกาสได้รู้จักอาหารเสริมยี่ห้อนึง ก็ศึกษาดูพบว่า เป็นบริษัทที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด แล้วก็เป็นบริษัทเดียวที่มีการควบคุมขั้นตอนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบยันจัดส่ง โดยเป็นยี่ห้อเดียวที่มีฟาร์มชีวภาพเป็นของตัวเอง มีโรงงานผลิตและตรวจสอบคุณภาพเป็นของตัวเอง คือทุกอย่างทำเองหมด ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ทำออกมา จึงมั่นใจได้ว่ามีประสิทธิภาพสูง อีกอย่างที่ถูกใจมากๆ คือกินแล้วไม่พอใจเอาไปคืนได้ 555 แต่ไม่ควรเกินครึ่งนึงนะน่าเกลียด หุหุหุ

ได้เวลากินช้าวแล้วไปก่อนแระ

 

13.13

            กินข้าวเสร็จแล้ว วันนี้บอกพี่โอว่าออกไปเร็วๆ หน่อย อยากตีปิงปอง ก็ออกไปกิน กับข้าวก็เหมือนเดิม ไม่มีไรมาก ถึงเบื่อไง เสร็จแล้วก็มาตีปิงปองกะพี่พจน์ ตีไปได้ซักพัก ก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงมาขอตีด้วย พี่พจน์ก็ให้พี่แกตีไป เป็นพี่ผู้หญิงคนไหนว้า นึกก่อน อ่อ พี่แกเป็นออกคมๆ สูงๆ ก็น่ารักดีอ่ะนะ แต่ไม่ขาวมาก ถือว่าดูดีอ่ะในสายตาผม ตีไปตีมาจนออดเข้างานดัง ยังไม่รู้จักชื่อพี่แกเลย 555

            กลับเข้ามาสู่งานกะรอบบ่าย วันนี้เป็นวันรองสุดท้ายแน่ๆ ที่จะได้อยู่ที่บางบ่อ เห็นพี่โอบอกอย่างนั้นนะ มีเป้าหมายไรจะทำหว่า อ้อต้องนั่งลิสต์รายชื่อพี่ผู้หญิงที่น่ารักๆ 555 เริ่มจากอันดับที่ 1 ผมยกให้พี่คนที่นั่งสุดท้ายในสุด ฝั่งติดกำแพงแผนก GA อันดับสองให้พี่คนที่เข้ามาใหม่ที่นั่งข้างหลังสุด ฝั่งห้องน้ำผู้หญิงด้านหลัง ซึ่งเป็นพนักงานใหม่ที่พึ่งเข้ามาเมื่อเดือนก่อน อันดับสาม ให้พี่แถวฝั่งตรงข้ามที่เลิกกินข้าวตอนเที่ยง นั่งนอกสุดประมาณโต๊ะที่สามนับจากประตูทางเข้า อันดับสี่พี่ GA ที่นั่งถัดจากพี่คนแรกเว้นมา 2 คน หน้าพี่แกเป็นแปลกๆ แต่น่ารักดี และอันดับห้ายกให้เลยพี่พนักงาน GA ที่เข้ามาใหม่ล่าสุดชื่ออ้อมหรือเปล่าไม่รู้สิจำไม่ได้อ่ะ หุหุ บ๊องจริงเราเนี่ยเหมือนไม่มีไรทำเลยว่ะ 555 (มันก็จริงนี่หว่า)

            ตอนบ่ายเข้ามาก็เจอ Yamashiwa shun ที่เข้ามาเคลียร์งานเรื่องโปรเจคนี้ให้เสร็จ หน้าที่ของพวกผมคือคอยประสานงานให้ข้อมูลที่เขาต้องการ แต่เท่าที่ดูมันก็ยังไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดีอ่ะ ไอ้ครั้นจะเขียนเรื่องราวก็ยังไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรมันคิดไม่ออกเด่ะความหมาย ก็นั่งๆ ไปก่อนเหลืออีก สามขั่วโมงกว่า ก็ได้กลับแล้วล่ะอดเอา - -!! พูดน่ะมันง่ายแต่มันทำยากนะจ่า

 

15.30

            นั่งมาตั้งนานแล้วยังไม่มีไรคืบหน้าเลยอ่ะ หมายถึงไม่มีไรทำเว้ยไม่ใช่งานไม่คืบหน้า ทำไงดีว้า หลับข้างในก็ไม่ได้ ลุกไปห้องน้ำบ่อยก็เกรงใจ อยู่เฉยๆ ก็ง่วงอีก ให้ตายสิ เอาเถอะอีกชั่วโมงกว่าๆ อดเอานิดนึง แหะๆ ว่าแต่ว่าวันนี้ได้กลับรถตู้พี่สมชายอีกแล้ว เห็นว่าจะแวะมารับเราก่อนจากนั้นจะแวะไปรับพี่ปิ๊กที่บางพลี ว่าแต่บางพลีมันมีไรวะ เดนโซไม่มีสาขาโรงงานที่บางพลีนี่หว่า หรือว่าจะเลยไปสำโรงแน่เลย หุหุหุ แต่ก็ไม่รู้ใครอยู่กับพี่ปิ๊กบ้างนะยังไม่ได้ถามพี่โอเลย ส่วนหมิวกับแววคงไปบางปะกงกัน เอ้อวันนี้แววเข้ารอบค่ำที่เวลโกรลนี่หว่า คงเหนื่อยน่าดูเนาะ ตูก็เหนื่อยเหมือนกันว่ะอาทิตย์นี้ ทั้งอาทิตย์รู้สึกว่ามันเหนื่อยว่า อาทิตย์ ก่อนๆ ที่ทำงานเต็มที่ซะอีก คนเราที่ก็แปลกเนาะ ชอบหาเหตุผลอะไรมาติสิ่งที่เป็นอยู่ได้ตลอด งานเยอะก็บ่นงานหนัก พอว่างๆ งานไม่มีไรทำก็บอกเบื่อ ไม่รู้เอาไงกันแน่ถึงจะพอใจ เหมือนนิทานเรื่องช่างติอ่ะเคยฟังป่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่ามีลุงคนนึงแกไม่ได้ชื่อติ แล้วก็ไม่ได้เป็นช่างด้วย แต่แกชอบวิจารณ์หาส่วนไม่ดีแล้ว ติเตียนซะเสียหายไปทุกเรื่อง ใครที่คุยกับแกไม่วายจะโดนติไปด้วย คนนั้นขาวไป อวบไป มันใหญ่ไปเล็กไปบ้างล่ะ คือไม่ว่ามันจะดียังไงแกก็หาที่ติได้เสมอ จนไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับแก แต่มาวันหนึ่งมีพระพุทธรูปลอยน้ำมาติดท่าที่หมู่บ้าน ชาวบ้านก็ช่วยกันฉุด ลาก ขึ้นมา พอเห็นพระพุทธรูปแล้ว ทุกคนก็หายเหนื่อย เพราะพระพุทธรูปองค์นั้นงดงามมาก หาที่ติไม่ได้เลย ก็มีคนคิดขึ้นมาว่า “ไปเรียกไอ้ช่างติมาซิ ดูซิว่าจะพูดยังไง” ช่างติก็มาแล้วก็เดินดูวนไปวนมา หลายรอบ จนชาวบ้านคิดว่าเสร็จแน่ๆ คราวนี้ช่างติ หาที่ติไม่ได้สิท่า ซักพักช่างติก็พูดออกมาว่า “อืมม ก็ดีและงามไปซะทุกอย่างอ่ะนะ แต่ว่า...” ชาวบ้านอึ้งถามว่าแต่ว่าอะไร แต่ว่าอะไร ช่างติก็พูดต่อว่า “แต่ว่าเสียอย่างเดียวนะพระพุทธรูปองค์นี้พูดไม่ได้นี่สิ” - -!! เป็นไงล่ะครับพี่น้อง เจอแบบนี้เข้า คนเราถ้ามันมีทัศนคติที่ไม่ดีแล้วก็สามารถติได้ทุกเรื่องแหละครับ ดังนั้นหัดมองโลกในแง่ดีเสียบ้างแล้วเราจะเจอสิ่งที่สวยงาม อย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ (เกี่ยวมั้ยวะนิ) ถ้าหากเป็นอย่างช่างติแล้วล่ะก็เราจะไม่มีโอกาสได้เจออะไรที่สวยงามเลยครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้เพอร์เฟค ไปซะหมดหรอก มีทั้งส่วนดีและไม่ดี หากแต่เรามองแต่ส่วนที่ดีมันก็สวยงามจริงมั้ย

 

            ได้เวลาแระเก็บของกลับบ้านก่อน

ไดอารี่ บลา บลา ภาค 5-1

ไดอารี่ บลา บลา 3 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part V-I]

            สวัสดีเช้ามืดวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ รู้สึกไม่งัวเงียแฮะ แปลกจัง ปกติตอนมาต้องขออีก 2-3 ปลุกค่อยลุก แต่วันนี้ปลุกเดียวก็ลุกแล้ว อ้อเมื่อคืนกินโปรตีนเข้าไป เดี๋ยวจะเล่าว่ามันดียังไง เช้านี้ก็ไม่มีไรพิเศษ ก็อาบน้ำแต่งตัว วันนี้ตื่นเช้าเว้ยใช้ Tolsom ทันหล่อเชียวกู ฮ่า ฮ่า ฮ่า จัดแจงไรเสร็จสรรพ ที่สำคัญมากต้องไม่ลืมเซ็ตบอทเกมส์สามก๊กให้พี่ชายก่อนออกไปทำงาน ใครรู้จักมั่งเกมส์ TS Online อ่ะ สนุกนะเว้ย เคยเล่นจริงจังตอนเรียนมหาลัยแล้วก็เลิกไป พึ่งจะกลับมาเล่นใหม่ตอนอัพแพทเลี้ยงลูก ตอนนี้พี่แกก็เปิดซะ 4 ตัว เวลสูงสุดก็ 200 ตอนนี้ก็ 200 ไป 2 ตัวหลักแล้ว จุติ เกิดใหม่กลับมาเวล 1 ใหม่ เริ่มเก็บเวลใหม่ พอ 200 ก็จะจุติอีกรอบกลับมาเวล  1 ใหม่แล้วเริ่มเก็บเวลอีก มันจุติได้  2 รอบ ความพิเศษคือที่เวลเท่ากัน จุติกับไม่จุติจะมีความสามารถแตกต่างกันมากไม่ว่าจะเป็นสกิลใหม่ๆ ที่มีให้เมื่อจุติแล้วเท่านั้น แล้วก็แต้มสเตตัสพิเศษที่ได้มาเพิ่ม จากที่บอทให้ตอนนี้ก็ มีจุติ 1 รอบ 2 ตัวเวล 93 ทั้ง 2 ตัวก็ไม่รู้พี่แกจะเล่นถึงเท่าไหร่ถึงจุติรอบ 2 แล้วก็ตัวที่ปั้นใหม่เมื่อไม่กี่วันมานี่อีก 2 ตัวเวลก็ 110+ แมร่งอัพไวชิบหาย ทีเมื่อก่อนพากันเล่นมา 5-6 เดือนยังเวลไม่ถึงร้อยเลย มานี่แปปเดียว เพราะเอามันไปดูดกะตัวเวลสูงๆ แปปเดียวก็ขึ้น ตอนนี้พี่ผมก็เรียนนิติศาสตร์อยู่ แกเป็นคนที่ฉลาดแล้วก็เก่งมากๆ แต่มีข้อเสียที่รุนแรงพอสมควรนั่นก็คืออะไรที่แกไม่สนใจแกก็ไม่ใส่ใจเลย(เรื่องนั้นดันเป็นเรื่องเรียน กับอ่านหนังสือซะด้วยสิ) แต่สิ่งที่แกสนใจนี่ทำได้ดีสุดๆ (ดูอย่างเล่นเกมส์ เก่งทุกเกมส์ ขนาดผมเล่นมาก่อนนะ ไปแนะนำแกเล่น แกเล่นแปปเดียวเก่งกว่าผมแระ รู้มากกว่าด้วย)

            มาถึงเรื่องที่กล่าวไว้ว่าทำไมเช้านี้ไม่รู้สึกหร่อยเหมือนเดิม ก็น่าจะเป็นเพราะโปรตีนกับพวกสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สวามปามเข้าไปเมื่อคืนนี่ล่ะมั้ง ไอ้เราก็สนใจขึ้นมาแฮะ ว่าอาหารเสริมพวกนี้มันจำเป็นหรือเปล่า ทำไมเราต้องกินด้วย ผู้เฒ่าผู้แก่เราก็อยู่มาได้ตั้งนานไม่เห็นต้องกินอะไรพวกนี้เลย อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะ เพราะคนแก่ที่บ้านผมก็ 60-70 เยอะ เค้าก็ยังอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นจะต้องกินอาหารเสริมเลยนิ ว่ามะ

            แต่พอลองได้ศึกษา ก็พบว่า ร่างกายของคนเรานั้น เราจะรู้สึกว่าตัวเองแก่ก็อายุประมาณ 50 ปี ใช่มะ ประมาณนี้ จะรู้สึกว่าผิวเริ่มแก่ ไม่มีเรี่ยวแรง แต่ถ้าพูดถึงความแก่ในระดับเซลล์ที่อยู่ภายในร่างกายเราแล้วล่ะก็เซลล์จะเริ่มแก่และเสื่อมสภาพตอนเราอายุ 25 เท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าเวลาเราเจ็บป่วยก่อนอายุ 25 มันจะหายได้เร็ว กว่าคนที่อายุเยอะกว่านี้ ทีนี้พอเซลล์เริ่มแก่ มันก็จะเสื่อมสภาพ เยื่อหุ้มเซลล์ก็จะอ่อนแอลง พวกเชื้อโรคต่างๆ ก็จะเข้าไปทำลายเซลล์ได้ง่ายขึ้น เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยต่างๆ แต่ในปัจจุบันงานวิจัยต่างๆ ออกมามากมายระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเป็นโรคพวก มะเร็ง ไขข้อ ความจำเสื่อม หรือโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมต่างๆ นั้นเกิดจากพวกที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบ้าง อนุมูลอิสระคือสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในกระบวนการหายใจ โดยจะดึงออกซิเจนเข้ามาใช้ และทำการเผาผลาญเกิดเป็นพลังงาน แล้วก็จะมีประจุอิเล็คตรอนโดดเดี่ยวขึ้นมา เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วตามธรรมชาติของกฎอะตอม มันก็จะหาที่รวมประจุ พอหาไม่ได้ก็จะเข้าไปแย่งจากตัวอื่น พอแย่งได้ ตัวที่โดนแย่งก็จะเกิดประจุโดดเดี่ยวอีกก็ไปหาแย่งตัวอื่นอีก เป็นลูกโซ่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทำให้บริเวณไหนที่มีพวกอนุมูลอิสระมาก เซลล์ในร่างกายก็จะเกิดการทำงานที่ผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตามร่างกายของคนเราสามารถที่จะกำจัดอนุมูลอิสระออกไปได้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว โดยใช้สารเฉพาะที่มีในพืชผักต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป สารพวกนี้จะทำให้พืชผักผลไม้ มีสีสันและรสชาติแตกต่างจากเนื้อสัตว์ สารพวกนี้จะไปทำให้สภาพของเซลล์มีความเป็นกรดด่างที่เหมาะสม ส่งผลให้พวกอิเล็คตรอนโดดเดี่ยวมีสภาพที่เป็นกลางและไม่มีประจุ ทำให้ไม่เกิดการแย่งประจุกัน หรือบางทีเราจะเรียกสารพวกนี้ว่าเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidation)

            ที่คนสมัยก่อนอยู่มาได้อายุยืนยาวก็เพราะว่า เมื่อก่อนนั้นสภาพแวดล้อมดีกว่าตอนนี้มาก อากาศ แม่น้ำลำคลอง อะไรต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดี สารอาหารที่ได้จากการกินในชีวิตประจำวันก็เพียงพอแล้วสำหรับการกำจัดพวกอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้น แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ สิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นเยอะ ควัน ฝุ่น สารพิษจากยาฆ่าแมลง สารเร่งเนื้อแดง ที่เราได้รับอยู่ทุกวัน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น จนร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้หมด เพราะสารอาหารที่จะนำมาสร้างตัวกำจัดไม่เพียงพอ ซ้ำร้ายพืชผักผลไม้ที่กินเข้าไปโดยคิดว่าจะเอามาช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ กลับกลายเป็นการเพิ่มด้วยซ้ำเพราะมีพวกยาฆ่าแมลง ดังนั้นนี่จะเป็นสาเหตุว่าทำไมในปัจจุบันคนจึงป่วยเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมเยอะขึ้น

            แล้วโรคพวกความเสื่อมต่างๆ เช่นพวกมะเร็ง ไขข้อ ปอด ตับ ความจำเสื่อม ล้วนเป็นโรคที่เป็นแล้วเหมือนตายทั้งเป็น เป็นโรคที่พอเป็นแล้วต้องรักษาไปจนตาย เงินที่เสียไปกับการรักษาก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ ค่าหมอค่ายาไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งโรคความจำเสื่อมนะ คนที่เป็นน่ะไม่รู้สึกอะไรหรอกเพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่คนที่อยู่ด้วยรอบข้างนี่จะเหมือนตายทั้งเป็น เป็นผมนะถ้ารู้ว่าจะเป็นโรคนี้ผมฆ่าตัวตายดีกว่า สงสารคนที่ต้องมาดูแลผม ให้พวกเค้าเสียใจทีเดียวตอนที่ผมตายไปยังดีกว่าจะต้องมาทรมานเพราะต้องดูแลผมตลอดไป ซึ่งโรคพวกนี้คนเราทุกคนมีโอกาสเป็นครับ ผมลองหาข้อมูลแล้ว ปรึกษาเพื่อนที่เป็นหมอ และนักโภชนาการ พยาบาล แต่จะเป็นมากเป็นน้อย เป็นเมื่อไหร่ หรือไม่เป็นเลยก็ขึ้นอยู่กับสภาพของร่างกายครับ ร่างกายของคนเรายังไงๆ มันก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาอยู่แล้วจริงมะ แต่ว่าเมื่อดูดีๆ แล้วจะพบว่าโรคพวกนี้มันสามารถป้องกันได้นะ เพราะมันมีทั้งคนที่เป็นและไม่เป็น จริงมะ แล้วเราเลือกที่จะอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ จากการวิจัยศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ จะพบว่าวิธีหลีกเลี่ยงโรคพวกนี้สามารถทำได้โดย 3 หลักการใหญ่ๆ

1.      ป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์อักเสบ

เมื่อเซลล์เริ่มเสื่อมสภาพ หลังอายุ 25 เยื่อหุ้มเซลล์ก็จะอ่อนแอลง พวกเชื่อโรคและอนุมูลอิสระก็สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ได้ง่ายขึ้น

2.      เพิ่มการต่อต้านพวกอนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ ร่างกาย สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับพวกสิ่งกระตุ้นเช่น ควัน สารพิษ ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี (แต่คงอยากมาก)

3.      เพิ่มโคเอนไซน์ คิวเทน (Co-enzyme Q10)

            โคเอนไซม์ คิวเทน เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย จะกระตุ้นการสร้างพลังงาน เป็นพลังงานแห่งการมี ถ้าไม่มีมันหมายถึงว่าเราได้ตายไปแล้ว โดยร่างกายจะเริ่มลดการสร้าง โคเอนไซม์ คิวเทน เมื่ออายุ 20 โดยจะพบว่าคนวัย 40 มีปริมาณ โคเอนไซม์ คิวเทน น้อยกว่าคนอายุ 20 ปีถึง 2 เท่า ดังนั้นนี่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องเพิ่มเข้าไปให้ร่างกายเมื่อเราอายุเกิน 20 ปี

ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคน ผมก็เคยเข้าใจว่าถ้าอยากสุขภาพดีง่ายๆ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ออกกำลังกาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเราคงไม่เห็นหมอ ญาติๆ ของหมอ หรือผู้ที่มีความรู้ทางการแพทย์ป่วยเป็นโรคพวกนี้หรอกจริงมั้ย แสดงว่าแม้แต่คนที่มีความรู้เรื่องทางการแพทย์ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย การที่จะป้องกันโรคนี้ได้มันก็ต้องอยู่ที่การดูแลตัวเอง มีคนเคยว่าไว้ว่า เราเป็นอย่างที่เรากิน มันก็จริงซะด้วย ง่ายๆ เลยครับร่างกายของเรามันเจ๋งอยู่แล้ว แค่ให้วัตถุดิบที่ต้องการให้ครบและเพียงพอ มันจะจัดการของมันเอง นั่นคือเราต้องกินอาหารที่มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการขณะสภาพแวดล้อมนั้น ที่ครบถ้วนและเพียงพอ กินอิ่มกับกินครบไม่เหมือนกันนะครับ สมมุติว่าผมเอาโถแก้วมาใบนึง ช่องว่างในโถแก้วเป็นปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แล้วผมใส่ลูกเทนนิสเข้าไป(กะลังเห่อแทมมี่เข้ารอบ 8 คนวิมเบอดัน ถึงจะแพ้วีนัสก็เถอะ เก่งมากเลยคร้าบเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนได้) ลูกเทนนิสสมมุติว่าเป็นอาหารที่เรากิน ใส่เข้าไป ใส่เข้าไป จนมันเต็มก็เปรียบเหมือนว่าเรากินจนอิ่ม แต่ว่าภายในโถแก้วใบนั้นยังมีช่องว่างระหว่างลูกเทนนิสอยู่ ก็แสดงว่าที่เรากินอิ่มๆ นั้นยังได้สารอาหารไม่เพียงพอ ทีนี้ก็ขึ้นกับว่าใครจะเติมเต็มช่องว่างนั้นได้มากกว่ากัน สมมุติผมเติมทรายเข้าไป ทรายก็สามารถเข้าไปอยู่ในระหว่างช่องว่างนั้นได้ ก็เปรียบทรายเป็นเหมือนอาหารเสริมแหละ เรามีหน้าที่ต้องหาทรายมาเติมลงในโถแก้วให้เต็มช่องว่าง ใครเติมได้มากกว่าก็สุขภาพดีกว่า

July 02

ไดอารี่ บลา บลา ภาค4-2

ไดอารี่ บลา บลา 2 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part IV-II]

มันไม่พอ ขอแยกต่อเอา

13.14

            กินข้าวเสร็จแล้ววันนี้ก็ไม่มีไรมากมาย กับข้าวก็ยังน่าเบื่อเหมือนเดิม แต่ก็กินอยู่ดีแหละ วันนี้กินผัดเผ็ดปลาดุก แล้วก็แกงฟัก กินเสร็จไปตีปิงปองกับพี่พจน์ มันเป็นขัดๆ อ่ะไม่ได้ตีนานมากแล้ว รำคาญป้ายด้วยหาคนฝากไม่ได้ พี่โอก็กลับเข้าข้างในไปก่อนแล้ว ก็ตีเล่นกันจนเสียงออดดังก็กลับเข้ามาข้างใน เฮ้อเหงื่อออกเหมือนกันนะเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยตีอีกรอบ ว่าแต่กลับเข้ามาข้างในแล้วตูจะทำไรต่อวะเนี่ย วังเวงๆ ไงไม่รู้ พี่โอบอกว่าต้องทำใจนิดนึง ทุกโปรเจคมันก็มีช่วงเวลาแบบนี้ทั้งนั้นแหละ มีช่วงที่ต้องทำงานเร่งๆๆ จนงานล้นมือ บางทีงานก็ไม่มีให้ทำจนว่างมากไม่มีไรทำเซ็งๆ มันเป็นแบบนี้หมดไม่เฉพาะโปรเจคของเราเท่านั้นโปรเจคอื่นก็เป็น อืมไอ้เราก็เข้าใจอ่ะนะ

            มาคิดถึงเรื่องการไปทริปที่นครนายกปีนี้ ไปตอนสิงหาคม มั้งน่าจะช่วงกลางๆ เดือน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าช่วงไหน แต่ที่แน่ๆ เสื้อที่จะใส่ เป็นผลงานการออกแบบของพี่ชมรม Entertain ของผมเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่สิทธิ์ หุหุหุ เห็นบอกแกได้รางวัลด้วยนะ เป็นบัตรซื้อของในเซ็นทรัล แต่แกบอกว่ามันยกเว้นพวกเหล้า ไม่งั้นจะเอาให้พวกผมไปแลกมากิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า แหมพี่ก็ผมก็ไม่ใช่ขี้เหล้าขนาดนั้นกินเพื่อเข้าสังคมเฉยๆ แค่จิบๆ พออาเจียน แล้วก็นอนแค่นั้นเอง จริงมะ

 

15.25

            นั่งเขียนเนื้องานลงไดอารี่ตัวเอง วางแผนการทำงาน เขียนไปเขียนมาก็ได้เยอะอยู่ งานบางอย่างมันต้องใช้เวลาคิดนานพอสมควรกว่าจะคิดออก บางทีเราก็ลืม แต่พอเราคิดออกแล้วลงไว้ในไดอารี่ จะทำให้พอถึงเวลาที่ทำงานจริงๆ เราจะสามารถเริ่มงานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาคิดอีก ชิมิ หุหุหุ ซักพักนึงพี่ต้อยก็เข้ามาประชุมกับทีม Outsource ใหม่ 3 คนที่มาแทนพี่ดี้ ก็มีเรื่องงานหลักๆ ที่ต้องทำแหละ คือ Implement ระบบจากจุดเริ่มต้นก่อนที่พี่ดี้จะเข้ามาอ่ะ คงวุ่นๆ พอสมควร

16.26

เห็นพี่โอถามชื่อพี่แวว อ๋อจะเอาไปขอสิทธิ์การเข้าไปทำงานใน WGR วันพรุ่งนี้ตอน 19.00 – 05.00 โหๆๆ สลับกลางคืนเลยเหรอ เจ้กับคุกกี้จะเป็นอย่างไรบ้างเนี่ย งานนี้เหมือนพี่เอกกับพี่ทักจะเป็นด้วยเป็น 4 คนพอดี ไอ้เราก็ไม่แน่ใจเลยว่าจะโทรถามพี่แวว พี่โอบอกเอาโทรศัพท์พี่โทรมั้ย ผมบอกไม่ครับของพี่มันเสียงเบาไป ผมไม่ได้ยินคร้าบ ขอใช้ของตัวเองดีกว่า ก็โทรไปถามแล้วก็เสร็จเรื่องไป

16.46

            ตะลุ่มตุ้มแชะ ครับ บล็อคทางซ้ายมือผมมีคนป่วยครับเป็นอะไรก็ไม่รู้ เหมือนจะหายใจไม่ออก นั่งนิ่งเลย เห็นคนวิ่งไปตามหมอที่ห้องพยาบาลมาดูอาการ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่าเขาเป็นอะไร เหมือนจะวุ่นวายพอสมควร สงสัยอาการหนักแน่เลยครับ หมอประจำโรงงานกำลังดูอาการอยู่ มีถังออกซิเจนด้วย งานนี้คงมีได้ตามรถพยาบาลแน่เลย โอววว เขาขยับตัวได้แล้วครับ ฟังจากที่พูดน่าจะเป็นคนญี่ปุ่นครับ เหมือนที่พูดไว้วันก่อนน่ะ เรื่องที่คนทำงานหนักจนตายอ่ะ วัฒนธรรมญี่ปุ่นสอนให้คนทุ่มเททำงานหนักเพื่อบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ เพราะมันเป็นระบบจ้างงานตลอดชีพ เขาก็เลยสำนึกในบุญคุณ

 

16.53

            เขาโดนหามออกไปแล้วครับ น่าจะเอาไปพักฟื้นที่ห้องพยาบาล ส่วนจะเป็นอะไรนั้นผมไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆ คนเดนโซ่แตกตื่นพอสมควร ลุกมามองกันเยอะเลย จบไปครับ เด๋วค่อยถามเอาวันหลังว่าเขาเป็นอะไรกันแน่

            ออดดังแล้ว เดี๋ยวชวนพี่โอออกไปหาข้าวกินรอโปรแกรมเมอร์ดีกว่า ไม่รู้ว่าเขาจะมาถึงกันตอนไหนน้า ปัญหา คือไม่อยากกลับช้า T_T ผิดนัดบ่อยแล้ว แง แง แง

 

21.09

            กลับถึงห้อง *-*

ไดอารี่ บลา บลา ภาค 4-1

ไดอารี่ บลา บลา 2 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part IV-I]

            สวัสดีเช้านี้วันที่ 2 กรกฎาคม 2551, วันนี้ผมพลาดครับ นาฬิกามันปลุกรอบเดียวแล้วด้วยความเคยชิน ก็นอนต่อรอมันปลุกอีกทุก 5 นาทีซัก 2-3 รอบค่อยลุก แต่วันนี้โทรศัพท์เจ้ากรรมผมมันเอ๋อเว้ย ปลุกแบบเงียบบบ แค่มึงปลุกปกติกูก็แทบจะไม่ได้ยินแล้ว แต่นี่แมร่ง สั่นก็ไม่สั่น เสียงก็ไม่ออก ขนาดตูถือคามือนะเนี่ย เป็นอย่างนี้มา 3 ครั้งแล้วครับพี่น้อง ต้องรีสตาร์จเครื่องก่อนมันถึงจะปลุกให้ ป๊าดโถะ โถะ โถ๊ะ พูดปานมันเป็นคอมพิวเตอร์วุ้ย อย่าว่ายังงั้นยังงี้เชียว ของผมมันรุ่นเจ๋งนะคร้าบ 1100 ระบบจอสี 2ล้านสี(ร้านนึงสีขาวอีกร้านนึงสีดำ) มีระบบไฟสปอร์ตไลน์ในตัว ฉายได้ทั้งสนามฟุตบอล(คงจะสนามบอลของมดตะนอยมั้ง) ใช้มาตั้งแต่ปี 1 เทอม 2 แล้วอ่ะ ทนมากมาย แต่วันนี้ไม่รู้มันเป็นไรนะครับสงสัย OS Leopard ที่ Apple ยืมไปลงใน iPhone มันจะมีบั๊กนิดนึงเลยต้องรีสตาร์จแบบเมนวล(มือนี่แหละครับกดค้างไว้แล้วก็กดใหม่) พูดมาซะยาวเอาเป็นว่าวันนี้หลับยาวเลยครับ ยังดีที่ของไอ้ต้อมมันปลุกใว้ตอน 6.15 สะดุ้งเลยครับพี่น้องใครเคยเป็นมั่ง โดดคว้าผ้าเช็ดตัว โจ๊กๆๆ เสร็จใน 5 นาที Toilsome, Artistry, Nutrilite ไม่มีเวลาใช้แม่งแระเช้านี่ มันจะไม่ทันเอา ช่างมันไปทำงานก่อน ตอนจะแต่งตัว เวงกรรมเสื้อตูยังไม่ได้รีดนี่หว่า เว้ยคนยิ่งรีบๆ อยู่ เอาเสื้อมารีด กรรมซ้ำซ้อน เตารีดแรงไป เสื้อเป็นรอยไหม้อีก - -!! ใครรู้มั่งรอยไหม้ๆ นี่มันซักออกได้มั้ยต้องทำไงบอกทีเด่ะ ไม่มีเวลาแล้วเว้ยใส่แมร่งไหม้ๆ ดำๆ นี่แหละ เดี๋ยววันเสาร์นี้ว่าจะไปหาซื้อเสื้อแถวแพลทินัมอยู่เอาซักสามตัวพอได้ราคาส่ง ส่วนเกงไม่เอาเยอะแล้ว ใส่อยู่ 2-3 ตัวเองเอามาทำไมไม่รู้เยอะแยะ

            ลวกไปลวกมา ก็มาทัน MRT รอบ 6.35 จนได้ เฮ้อโล่งไป ทันแล้วกู วันนี้อย่างน้อยก็โชคดีที่มีที่นั่ง หุหุ โชคดีจริงๆ ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเยอะ เสียดายวันนี้ก็ไม่เจอน้องนักศึกษาสาวคนนั้น พอไปถึงสีลม ก็ซื้อกาแฟกับแซนวิชไปกินที่ตึกออฟฟิค ตรงที่รอลิฟต์ กินเสร็จก็นั่งอ่านสือรอพี่โอ ซัก 7 โมงกว่าๆ คุกกี้ก็มาทัก คุกกี้มาเช้าเว้ย พี่เบิ้มนัดแปดโมงไม่ใช้เบาะ คุกกี้บอกอยากกินข้าวสบายๆ ไม่อยากรีบ มันกดดัน เออแฮะมันก็จริง แต่พอพี่โอมา ก็บอกรอ Yamashiwa shun ก็เลยพากันขึ้นมารอที่ชั้น 28 ก็ได้เจอคุกกี้อีก กะลังหาข้อมูลเรื่อง คอนเสิร์ตของ Simple Plan อยู่ไม่รู้เรียกถูกเปล่านะ เห็นโฆษณาแวบๆ ว่าจะมาที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองฯ วันที่ 29 กรกฎา นี้แหละ ไอ้เราก็ดูไม่ค่อยเป็นซะด้วยสิคอนเสิร์ตแบบนี้อ่ะ คนมันไม่เคยเนาะ เคยดูแต่หมอลำแถวหน้าหอไอเฟลข้างบ้าน ก็คุยไปเรื่อยๆ นั่งลง Task Tracking ไป ขอตินิดนึงเรื่องโปรแกรมลง Task Tracking ของ PI น่ะรู้สึกว่ามันใช้ยากไปนะ ต้องลงทีละอันอ่ะ ไม่มีแบบว่าเขียนไว้ก่อนแล้ว import ลงที่เดียวเหรอ ได้ยินว่ามีวิธีอยู่แต่ผมไม่ทราบครับ น่าจะบอกวิธีไว้หน่อยเด้อ ซักพักหมิวเพื่อนเลิฟคนที่ผมพูดกูมึงได้อย่างสบายใจก็มา ก็นั่งคุยกับมันไปเรื่อยเปื่อย

            พอ 8 โ มงกว่าๆ พี่เบิ้มก็บอกพี่โอว่าไม่ต้องรอ Yamashiwa shun แล้ว ไปก่อนได้เลย ก็ลงมาเจอพี่แววกะลังวิ่งไปหาไรกินพอดี ก็ทักทายไป วันนี้เจ้แกหน้าใสดี ใส่อะไรแวบๆ บริ๊งๆ ที่หน้าด้วย (เป็นจุดๆ สะท้อนแสงอ่ะ ภาษาทางบ้านแถวๆ ปารีสเค้าพาเรียกว่า เลี่ยมๆ บ้านนอกแถวนี้คงเรียกประมาณว่า วาวๆ มั้ง) เค้าเรียกอะไรไม่รู้ ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ (หุหุ ชมเข้าไป พี่ผมเนาะ *-*) เดี๋ยวต้องให้พาไปซื้อตุ๊กตาโลมาให้เพื่อน ต้องประจบเจ้แกหน่อย เพราะผมไม่รู้ที่ซื้อยังต้องพึ่งเจ้แก เพราะรู้ทุกเรื่อง จริงๆ นะ ไม่เชื่อลองถามดูสิ

 

9.15

            เป็นว่าวันนี้ก็มาถึงบางบ่อประมาณ 9 โมงกว่าๆ เข้ามาถึงก็ยังไม่มีไรทำเพราะต้องรอ Yamashiwa shun เข้ามาก่อนถึงจะทำงานได้ มาถึงก็เข้าห้องน้ำก่อนครับ หาที่ขี้ก่อน ต้องมาขี้ที่นี่ทุกวันครับ ตื่นเช้าขนาดนั้นมันขี้ไม่ออกอ่ะเด่ะ แต่ไปแล้วห้องน้ำเต็มมีคนไปขี้ก่อนผม เห็นมะมีหลายคนที่ขี้ไม่ออกตอนเช้าเหมือนตูเลย ต้องมาขี้ที่ทำงาน พอเถอะ แมร่งพูดแต่เรื่องขี้ ขี้ เดี๋ยวกินข้าวไม่ลงหรอก ก็ไม่มีไรมากก็เลยล้างหน้าแล้วก็กลับมานั่งที่เดิม ไว้ค่อยไปใหม่ก็แล้วกัน

 

10.36

            สิบโมงกว่าๆ Yamashiwa shun ก็เข้ามาถึง คงจะเริ่มทำงานกันได้ คาดว่างานที่จะได้ทำวันนี้คือการเตรียมข้อมูลเพื่อ Support ให้กับ Yamashiwa shun ใช้ในการส่งเมล์หา user เพื่อทำการ recovery id file. ส่วนจะไดทำอะไรอย่างอื่นมั้ยนั้นอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะได้รอแบบเมื่อวานก็ได้มั้ง แต่วันนี้คงมีไรทำอยู่ถ้าว่างจริงๆ เพราะเมื่อวานไปเรียนเรื่อง Action Planning และการลง Diary สมุดไดอารี่ก็ซื้อมาแล้ว ถึงจะเหลือให้ใช้แค่ครึ่งปีก็เถอะ แต่บางครั้งการที่เราจะประสบความสำเร็จในอะไรซักอย่างนั้น มันต้องมีการวางแผน และเราต้องมีวิธีการที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำตามแผนที่เราวางไว้ให้สำเร็จ ซึ่ง Diary จะช่วยเราตรงนี้ได้ พอเราวางแผนได้แล้วก็เขียนเนื้องานลงไปในไดอารี่ว่าเราจะทำอะไร วันไหน นัดใคร กี่โมง คุยเรื่องอะไร เป็นต้น ที่แน่ๆ คือเมื่อเราเขียนลงไปแล้ว มันจะกลายเป็นสิ่งที่เราต้องทำ แล้วจะช่วยให้งานของเราสำเร็จตามแผนที่วางไว้ เป็นการทำงานแบบ SMART ทำ 20% ได้ผลลัพท์ 80% เพราะเราตัดส่วนที่ไม่จำเป็นในการไปถึงเป้าหมายของเราออกไป เพราะโดยปกติคนเรามักจะทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อเป้าหมายเลย เช่น สมมุติว่าจะไปใส่ปุ๋ยให้ต้นมะม่วงที่ไร่ พอกำลังจะเดินทางไปเห็นเป็ดในเล้าก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้อาหารก็ไปให้อาหารเป็ด เดินไปอีกเห็นเจ้าม้าร้อง ก็ลืมไปว่าวันนี้ต้องพามันไปเดินเล่นก็พามันไปเดินเล่น พอกลับมาถึงบ้านเห็นบิลวางบนโต๊ะก็นึกขึ้นได้ว่าต้องไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ก็ออกไปจ่ายอีก กลับมาก็ค่ำแล้ว จนลืมไปว่าความตั้งใจจริงๆ นั้นคือไปใส่ปุ๋ยให้ต้นมะม่วงในไร่ คนเราส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้จะคิดว่าตัวเองทำงานหนัก แล้วทำไมไปไม่ถึงเป้าหมายที่ถึงไว้ซะที ก็เราไม่ได้ทำอะไรที่มันมีความสำคัญต่อการไปถึงเป้าหมายเลยหนิครับ มันจะสำเร็จได้อย่างไร จริงมั้ย เพราะฉะนั้น วางแผนให้ดีๆ ว่าจะทำอะไร ยังไง ที่จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมาย ตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป

 

11.11

            ตอนก็เขียนเนื้องานที่จะทำลงสมุดไดอารี่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้ว ก็พอไว้ก่อน เพราะนึกยังไม่ออกว่าจะทำอะไรในอาทิตย์ต่อจากนั้น ก็นั่งเรื่อยๆ รองานจาก Yamashiwa shun ซึ่งกำลังไปคุยกับพี่ต้อยอยู่ ไม่รู้จะได้ความว่าอย่างไรบ้าง วันนี้ท่าทางพี่เบิ้มกับพี่อาร์มก็คงไม่ได้เข้ามาที่นี่เพราะวันนี้ต้องทำ Day-time ที่บางปะกง คงยุ่งๆ กันน่าดูเพราะอยากปิดโปรเจคแล้ว ผมก็อยากคร้าบไปทริปกานนนน *-* อยากเล่นอันดรอปๆ ที่พัทยาปาร์คอ่ะ แต่คาดว่าอาทิตย์นี้น่ะเกือบๆ ปิดโปรเจคได้แล้วมั้ง ส่วน LDAP ของพวกผมคงเสร็จอาทิตย์นี้ถ้างานส่วนของ Yamashiwa shun เสร็จอ่ะนะ สัปดาห์นี้จนถึงวันศุกร์ก็อยู่ที่บางบ่อต่อไป

            อ้อ ลืมบอกไปวันนี้เหมือนพี่ต้อยจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนิดนึงอยู่ เห็นวุ่นๆ ตั้งแต่เมื่อวาน ไอ้เราก็พึ่งสังเกตเห็นว่าวันนี่ ที่ IS มีคนมาเพิ่มคนนึงเป็น Outsource ทำงานแทนพี่ดี้ เหอะๆ กลายเป็นว่าพี่ดี้ไปคนเดียวต้องหาคนทำแทนถึง 3 คน โอ้โห แสดงว่าประสิทธิภาพของ AGSS นี่เจ๋งพอตัวแฮะ พี่ตอนพี่ดี้อยู่แกก็ทำทุกอย่างจริงๆ นะตั้งแต่ยกเครื่อง ทำเมนวล ดูแลเซิฟเวอร์ เป็นแอดมิน ทำ Asset เรียกได้ว่าแทบจะเป็น Labor Engineer (วิศวกรรมกร) ไปเลยก็ได้

 

11.55

            Yamashiwa shun ก็กลับไปแล้วสรุปว่าก็ยังต้องรอให้เค้า คอนเฟิร์มมาก่อนเรื่องของการส่งเมล์ให้ User ก็กลายเป็นว่าวันนี้ไม่มีไรทำมากนัก คิดว่าน่าจะได้กลับเร็ว แต่ว่าวันนี้ต้องกลับกับพี่สมชาย รถตู้ ซึ่งต้องไปรับโปรแกรมเมอร์ก่อนก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับกี่โมงอ่ะ เซ็งอีกแล้ว ถ้าต้องรอถึง 2-3 ทุ่มอีกนี่เซ็งเลยนะ ขออย่าเป็นอย่างนั้นเล้ย ต้องคิดเว้ยว่าวันนี้ได้กลับเร็ว ตามกฎแห่งแรงดึงดูดจากหนังสือ The Secret ว่าไว้ เราจะดึงดูดสิ่งที่เราคิดเข้ามาหาเรา เพราะฉะนั้นคิดบวกเข้าไว้ครับ วันนี้ฉันจะได้กลับเร็ว วันนี้ฉันจะได้กลับเร็ว คิดมั้ยที่บางวันเราคิดว่ารถมันจะติดแน่ๆ แล้วมันก็ติดจริงๆ ด้วยเท่านั้นไม่พอจะทำให้เราหงุดหงิดแล้วโทษสิ่งรอบข้างไปเสียหมด หาที่จอดรถก็ไม่ได้ กาแฟร้านโปรดคนก็ต่อคิวยาวเหยียด แถมขึ้นมาจะอ่านหนังสือพิมพ์ก็โดนคนแย่งไปอ่านหมดอีก มันน่าหงุดหงิดมั้ยล่ะ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากเราดึงดูดมันเข้ามาทั้งนั้น ลองมองโลกในแง่ดีครับ แล้วชีวิตจะมีความสุข

            ก็ใกล้ได้เวลากินข้าวกลางวันแล้ว วันนี้จะกินไรดีน้า เบื่อกับข้าวแล้วอ่ะ อยากกินลาบน้ำตกที่ขอนแก่นเด้ กลับไปจะเอาให้พุงกางเลยคอยดู *-* ออดดังแล้ววว ไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวค่อยมาเขียนต่อ

July 01

ไดอารี่ บลา บลา ภาค 3

ไดอารี่ บลา บลา 1 ก.ค. – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part III]

                สวัสดีเช้าแรกของเดือนใหม่ กับเสียงนาฬิกาเดิม คอมตัวเดิมๆ ผ้าเช็ดตัวอันเดิมๆ เช้านี้แมร่งกะว่าจะตื่นซัก 7-8 โมงซะหน่อย แต่ต้องมาบางบ่ออีกตามปกติเพราะต้องมาคอยอยู่ซัพพอร์ต โปรเจค LDAP กับ CRO2 เลยต้องตื่นตามเสียงนาฬิกา ประมาณได้ราวๆ ตีห้าครึ่ง ก็เหมือนทุกวันแหละว้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กะไว้แล้ววันนี้ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ต้องไป MRT รอบ 6.35 เพราะอยากเจอสาวนักศึกษาคนนั้น แต่เวงกรรม ไม่เจอครับพี่น้องทำไมเช้านี้ จิตใจมันห่อเหี่ยวอย่างนี้ แต่ยังดีวันนี้ได้นั่งนะ คนไม่เยอะเท่าไหร่ นี่ก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการที่ไปทำงานแต่เช้า รถมันไม่ติด ถึงจะเป็นรถไฟฟ้าก็เถอะ ถ้าคนแน่นๆ เยอะๆ เบียดกันขึ้นรถ มันก็รมณ์เสียได้พอๆ กันรถติดแหละ ถึงจะไม่มากเท่าก็เถอะ จริงมะ

                ถึงสีลมเกือบ 7 โมงเช้ามั่ง เดินหาไรกิน ว่าจะกินหมูปิ้งอย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อวาน แต่บังเอิญว่าร้านที่ขายหมูปิ้งมันยังปิ้งไม่สุก อะไรวะนี่เช้านี้มันเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ดั่งใจตูซักอย่าง มีคนเคยบอกว่าคนเราจะมีโชคดีกับโชคร้ายเกิดขึ้นในชีวิตพอๆ กัน งั้นแสดงว่า ความซวยวันนี้เป็นสัญญาณบอกความโชคดีอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่เลย (ที่จริงตูน่าจะซื้อล็อตเตอรี่มาด้วยว่ะ เผื่อมันจะกลายเป็นโชคดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ด้วยความเซ็งเล็กน้อยถึงปานกลาง ก็เดินไปซื้อหนมจีบเจ้าอร่อยเด็ดเจ็ดสีกิน 10 ลูก 20 บาท อร่อยดีนะ ใครอยากกินมาลองได้ ถนนสีลม ฝั่งเซ็นทรัล เดินไปหาโรงแรมดุสิตธานี เค้าจะขายอยู่ข้างทาง แต่อยู่ตรงไหน จำไม่ได้ว่ะ น่าจะประมาณร้านนวดๆ วิล่า วิลเลค ไรที่แหละเป็นรถเข็น ก็เป็นอาหารเช้าประทังชีวิตได้ดีพอสมควร ถือมันขึ้นไปกินชั้น 19 เลยว่ะ เคยโดนแม่บ้านด่าครั้งนึงตอนเอาหมูปิ้งขึ้นไปกินชั้นนั้น ถามว่าอยู่ชั้นไหน ไอ้เราก็บอกไปว่าอยู่ชั้น 28 เค้าก็ว่าแล้วทำไมไม่ไปกินชั้น 28 ล่ะ ชั้นตัวเองมีก็ไปกินเด่ะ มายุ่งอะไรกะของของชั้นอื่น - -!! โอย มันสูงคร้าบ ลิฟต์จากกราวน์มาชั้น 19 น่ะเร็วสุดแล้ว แค่ตูจะขึ้นมากินน้ำเฉยๆ แล้วก็ทิ้งขยะในห้องน้ำหน้าลิฟต์ มันจะอะไรนักหนาวะ มันก็บริษัทเดียวกันกะชั้น 28 น่ะแหละ ไม่งั้นตูจามีบัตรเข้ามาได้เหรอฟะ แมร่ง วันนั้นก็รมณ์เสียไปอีกวัน กลับมาๆ กินเสร็จก็ลงมารอ รถกับพี่โอ เพื่อไปบางบ่อ ต่อสู้ชะตากรรม สำโรง-เวลโกรล-บางบ่อ-บางประกง ฮ่า ฮ่า ฮ่า

                อ้อลืมไปเมื่อคืนได้คุยกับพี่ชายแกบอกว่าได้ดูข่าวบ้างมั้ย แทมมี่เข้ารอบ 8 คนเทนนิสวิมเบอร์ดัน 1 ใน 4 ของแกรนด์สแลมแล้วนะ ได้เราก็อึ้ง เฮ้ยจริงเหรอ เก่งจริงๆ ไอ้เรามาก็มาคิดได้ แทมมี่นี่น่าชื่นชมมากนะ เล่นเทนนิสมานานมากแล้ว จนป่านนี้ก็อายุ 31 แล้วก็ยังไม่เลิกเล่น ก็มีหลายช่วงที่ฟอร์มไม่ค่อยดี จนคนพูดกันว่า เลิกไปเถอะ ขุนไม่ขึ้นแล้ว แต่แทมมี่ก็ไม่สนใจ มุ่งน่าทำตามความฝันต่อไป จนถึงตอนนี้สามารถอยู่ในอันดับ 1 ใน 100 ของโลกและสามารถเข้าสู่รอบลึก ๆ ของแกรนด์สแลมได้ เหมือนว่าล่าสุดก่อนหน้านี้ก็คว้าแชมป์รายการนึงมาด้วยมั้ง ความฝันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ ถ้าหากคนเราไม่มีความฝันทุกวันนี้คนเราก็ไม่มีอะไรเลย หากสองพี่น้องตระกูลไรน์ไม่ฝันอยากบินได้เหมือนนกเราจะมีเครื่องบินขี่มั้ยครับ หากเอดิสันไม่ฝันอยากให้กลางคืนสว่างเหมือนกลางวันเราจะมีหลอดไฟใช้มั้ย ดังนั้นจำไว้เลยว่า อย่าให้ใครมาบอกว่าเรา สามารถที่จะทำอะไรได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตามแม้แต่พ่อแม่ของเราเอง หากแต่เรามีความฝันเราจงปกป้องมันด้วยตัวของเราเอง ขอขอบคุณแทมมี่ครับที่ทำให้ผมนึกถึงความฝันที่ผมเคยมีได้ ผมต้องลุกขึ้นทำอะไรบางอย่างแล้วเพื่อความฝันของผม

                หุหุหุ งงละสิบางครั้งตัวเองก็หลักการเป็นเหมือนกันแฮะ ก็อย่างนี้แหละคนเรามันต้องมีอะไรมากระตุ้นก่อนถึงจะคิดถึงบางสิ่งบางอย่างได้ สิ่งที่เราจะเห็นว่าสำคัญก็ต่อเมื่อเราไม่มีมันอยู่แล้ว มาถึงข่าวอื่นๆ แมร่งเรื่องการเมืองเน่าๆ น่าเบื่อมากมายช่างแมร่งมันไม่สนแล้ว จำได้ข่าวเมื่อวานตอนนั่งคุยกะพี่แววเป็นเรื่องเค้าระเบิดตึกมั้งแล้วคำนวณผิด ตึกมันล้มผิดทาง โดนเสาไฟฟ้าล้มเป็นทางเลย ทับรถด้วย ดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไรไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่ๆ ไอ้เรื่องนี้มันสร้างความเสียหายพอสมควรเกี่ยวกับการทำงานของวิศวกร ที่บางคนทำงานชุ่ยๆ แล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้อื่น พลอยทำให้คนที่ทำงานดีอยู่แล้วเค้าลำบากไปด้วย

                เอาเป็นว่าวันนี้มาถึงบางบ่อก่อนเวลาก็แล้วกัน ก็วันนี้พี่ดี้ไม่ได้มาเพราะหมดสัญญาแล้ว มีคนมาทำงานแทน มากันสองคน อืม แล้วของที่พวกผมฝากไว้ที่โต๊ะนั้นก็เอาออกมา พี่โอต้องคืนกุญแจลิ้นชักไป แล้วคอมพวกผมจะเก็บไหนล่ะทีนี้ แต่พี่เก๋ก็บอกว่าเอาไปฝากไว้ที่พี่แกก็ได้ไม่ต้องเกรงใจ หุหุหุ พี่เก๋นี่ก็น่ารักไม่เปลี่ยนเลยแฮะ ใจดีๆ *-*

 

9.17

                พี่อาร์มมาถึงประมาณเก้าโมงกว่า ก็คุยเรื่องงานกับพี่โอนิดนึง ก็รอไปไม่รู้วันนี้จะได้ทำอะไร โอ้ ซักพักพี่เบิ้มเข้ามา พี่หวานมาด้วย คุยเรื่องงาน CRO2 ไป เหมือนว่าที่เอเดน ยังเหลืออีก 90 กว่าเครื่องมั้งที่ต้องทำให้เสร็จ ตอนนี้พี่เบิ้มกับพี่อาร์มก็รอคุยกะพี่ต้อยอยู่ แต่พี่ต้อยเดินมาบอกว่าให้ไปทำได้เลย พี่โอกับพี่หวานทีคุยกันเรื่อง Perfect World ด้วย ไอ้เราก็นึกว่าตอนแรกคุยเรื่องงานกันเห็นหน้าตาจริงจังมาก หุหุหุ คนเรามันก็ต้องมีผ่อนคลายบ้างสิครับ เครียดอย่างเดียวมันไม่ดี ใครว่างานหนักไม่เคยฆ่าคน อันนี้จริงครับแต่คนทำงานหนักก็ตายได้นะครับ เช่นที่ญี่ปุ่นที่มีการจ้างงานตลอดชีพ ทำให้พนักงานสำนึกและทำงานทุ่มเทให้กับบริษัทอย่างมาก ด้วยการทำงานเพิ่มนอกเวลาโดยสมัครใจไม่ได้ค่าแรง ก็มีเรื่องของผู้ชายคนนึงที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต เมื่อไม่นานมานี่ไม่ถึงเดือนมั้ง ศาลได้ตัดสินออกมาแล้วว่า ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตจากการทำงานหนักจริง และตัดสินให้บริษัทจ่ายค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวของชายคนนั้นที่มีภรรยาและที่ต้องดูแลถึง 3 คน จากเหตุการณ์นี้ โตโยต้า ได้เล็งเห็นความสำคัญและนำร่องการเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ให้พนักงานผ่อนคลายมากขึ้น สามารถเบิกค่าแรงที่ทำงานเพิ่มเกินเวลาได้ เหมือนที่เดนโซ่จะโดนด้วยนะ มีการตั้งทีวีแอลซีดี แล้วก็โต๊ะปิงปองแถวนี่กินข้าวด้วย หุหุหุ เห็นโต๊ะปิงปองแล้วคิดถึงสมัยเป็นบ่าวแวงน้อยเด้ ตีกันมันส์หยด อยู่ใต้ภาคคอม ไว้ว่างๆ จะไปตี หุหุหุ

 

10.10

                พี่เบิ้มใช้ให้เอางานไปพริ๊น หาใครก็ได้ที่รู้จัก - -!! เอาล่ะสิ ตูจะไปหาใครล่ะนิ พี่น็อคก็ไปไหนไม่รู้ พี่โต๊ดคนเมื่อวานก็ไม่รู้นั่งไหน เอาวะ ไปหาพี่เก๋ละกัน เพราะพี่ต้อยยุ่งๆ อยู่ พี่เก๋ก็ใจดี๊ใจดี พริ๊นให้ แถมให้ขนมมากินอีก เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักคนนึงเลยล่ะ เห็นแล้วคิดถึงน้าสาวตัวเองอ่ะ น่ารักๆ ใจดีแบบนี้แหละ เดี๋ยวเสาร์นี้ว่าจะไปเยี่ยมอยู่

                วันนี้ท่าทางจะยุ่งๆ พี่โอวุ่นๆ กะเรื่องของเซิฟเวอร์ที่เอเดน ตลอดเลย เด๋วมันทำนั่นได้ ทำนี่ไม่ได้ เครียดแฮะ ไอ้เราก็อยากช่วยนะ แต่มันไม่รู้เรื่องนี่สิ เลยไม่รู้จะต้องทำไงอ่ะ เอาไว้ไปศึกษาเพิ่มดีกว่า สงสัยงานนี้ต้องเรียกผีน้อยแคสเปอร์มาใช้งานซะแล้ว

 

11.40

                พี่เบิ้มให้หาเบอร์โทรให้จาก Notes จัดไปครับ มีไรทำแล้ว 40 กว่าคน - -!! 5 นาทีเสร็จครับ กลับมาหงอยตามเดิม หุหุหุ วันนี้พี่โอโดยพี่ต้อยขอร้องให้ไปช่วยดูเซิฟเวอร์แทนครับ พี่ต้อยจะไปบางปะกง ส่วนพี่เบิ้มกับพี่อาร์มก็ไปด้วย พี่หวานก็ไปนั่งโทรศัพท์ที่โต๊ะพี่ต้อย ทิ้งผมไว้คนเดียวอีกแล้ว T_T เหงานะคร้าบ น่าจะเรียกเจ๊แววกับหมิวมาหน่อย ^_^

                พี่โอ ก็ดี๊ดีหาไรมาให้ทำจนได้ ให้ Filter ข้อมูลของ Sid ที่ export ออกมาจาก AD งานหมูๆ ครับพี่น้อง บอกขอก่อน 5 โมงเย็น ไม่ต้องรีบ เฮ้ยย ตูจะทำไงดีล่ะเนี่ย 10 นาทีก็เสร็จแระ

                ถึงเวลากินข้าวแระ ไปกินข้าวก่อน

 

13.10

                กินข้าวกลับมา อาหารก็เดิมๆ ข้าวแกง วันนี้กินผัดเผ็ดหมูสามชั้นถั่วฝักยาว แล้วก็ผัดหัวไชเท้าดองมั้ง อร่อยดีแต่เบื่อกับข้าวแล้ว อยากทำกินเองบ้างจัง ทำอาหารเป็นเด้อขอบอก ตั่งแต่ทอดไข่ มาม่า ยันผัดเผ็ด ต้มยำ แต่ที่ห้องไม่มีตู้เย็น ไม่มีหม้อหุงข้าว ไม่มีกระทะไฟฟ้า ก็เลยไม่รู้จะทำไง ไว้เงินเดือนออกแล้วก็ว่าจะไปซื้อแต่ก็คำนวณรายจ่ายแล้วขาดดุลแน่ๆ ตู ช่างมันข้าวแกงประทังชีวิตไปก่อน เงินเดือนออกเดี๋ยวเอาไปหาซื้อพัดลมก่อน ไอ้ต้อมมันบ่น ๆ อยู่ว่าร้อน อันเดียวไม่พอ อยากได้ทีวีด้วยว่ะ - -!! เอาเข้าไป แล้วมันจะเหลือเก็บซะทีเหรอวะเนี่ย ทำมาสามเดือนยังไม่มีเงินเก็บเลยง่ะ แล้วจะเอาที่ไหนไปเลี้ยงรับปริญญาตัวเองล่ะทีนี้ คาดว่าผ่านโปรอาการเหล่านี้คงหายไป (พูดเป็นรอบที่สองแระ) แต่ถึงยังไงยังงั้นก็ต้องส่งกลับบ้านทุกเดือนครับ

                ระฆังดังกลับมาทำงานต่อ งานที่พี่โอให้ไว้ตอนก่อนกินข้าว ทิ้งไว้แล้วยังไม่ได้มาทำ ที่คาดไว้ว่าทำ 10 นาทีคงเสร็จผิดคาดครับพี่น้อง 2 นาทีก็เรียบ - -!! แล้วตูจะทำไรดีล่ะทีนี้ อ้อ ไปดูรูปที่เครื่องพี่หวานดีกว่าตอนไปเที่ยวทริปพัทยากัน หุหุหุ

                ดูไปดูมารูปก็เยอะดีแฮะ อัพไว้บน Hi5 มั่งดีกว่า นั่งดูรูปตั้งนานก็ไม่มีไรทำครับ ความจริงเราน่าจะหัดทำงานให้มันช้าลงนะเนี่ย วันนี้ที่ IS วุ่นๆ พอสมควรเนื่องจากพี่ดี้ไม่อยู่แล้ว และก็ระบบกลับมาเหมือนตอนเริ่มต้น คนที่เข้ามาใหม่สองคน ก็งมหัวปักหัวปำ พี่โอก็เดินไปเดินมา ดูเซิฟเวอร์ให้พี่ต้อย นั่งไปนั่งมา เหนื่อยแฮะ ไปห้องน้ำดีกว่า

 

15.18

                นั่งมาตั้งนานยังไม่มีทำเพิ่มเติมเลย มันทรมานกว่าทำงานอีกนะเนี่ยนั่งเฉยๆ อ่ะ หลับก็ไม่ได้ กินขนมก็ประเจิดประเจ้อไม่ได้ - -!! เครียด ว่าแล้วก็แอบกินขนมที่พี่เก๋ให้ไว้เมื่อตอนเช้าดีกว่า อืมมม เป็นบราวนี่ช็อคโกแล็ต โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วง ข้างบนเป็นครีมช็อคโกแล็ต ^_______^ กัดเข้าไปคำนึงนี่ นุ่มมมม เคี้ยวเม็ดมะม่วงดัง กรุบ กรุบ เปราะ ความหอมหวาน ปนขมนิดๆ ของช็อคโกแล็ตแผ่ซ่านทั่วปาก อร่อยยยย *-* เอาไปแบ่งพี่โอ พี่แกก็ไม่กิน พี่หวานก็ไม่เอา ก็เลยฟาดคนเดียวลาภปากจริงๆ หุหุหุ หายง่วงขี้นมานิดนึง ซักพักพี่โอก็เอาฮอลล์ น้ำผึ้งสีเหลืองๆ ให้ อร่อยดี ช่วยได้เยอะเลย

 

16.54

                ใกล้เวลากลับแล้ว เดี๋ยวคงต้องเอา คอมไปฝากไว้โต๊ะพี่เก๋แล้ว เพราะพี่เก๋กลับเร็ว เดี๋ยวจะฝากไม่ทัน ส่วนวันนี้กลับยังไงตอนไหนนั้นคงต้องรอพี่หวานก่อนเพราะ รถพี่เบิ้มที่ไปเอเดนยังไม่กลับมา คาดว่าคงจะได้ไปกินข้าวก่อน รถคงมาพอดีอ่ะนะ เริ่มเบื่อกับข้าวที่นี่แล้วเด่ะ เดี๋ยวไซโคลพี่โอเลี้ยงข้าวไก่เชสเตอร์ซะแล้ว ผมทำมา 2 เดือนเต็มๆ แล้วยังไม่ได้ค่าไซต์เลย เพราะฉะนั้นพี่โอต้องเลี้ยงข้อหาพาผมมาทรมาน 555 (ล้อเล่งครับ ให้เลี้ยงบ่อยๆ มันไม่ดีหรอก ลำบากใจ) ว่าแล้วใกล้จัห้าโมงแระเก็บเครื่องไปฝากไว้กับพี่เก๋ก่อน

 

23.55

                กลับถึงห้อง นอนนน

June 30

ไดอารี่ บลา บลา ภาค 2

ไดอารี่ บลา บลา 30 มิ.ย. 51 – เดา ๆ อย่าคิดมาก [Part II]

วันนี้ตื่นนอนตื่นตอนตีห้าครึ่ง รอนาฬิกาปลุกซัก 4-5 รอบค่อยลุกไปอาบน้ำแต่งตัว จัดแจงเสร็จสรรพ กว่าจะได้ออกมาก็หกโมงครึ่งพอดี ได้ขึ้น MRT รอบ 6.35, Surprise มากมาย ได้เจอสาวนักศึกษาน่ารักๆ คนที่เคยเจอเมื่อครั้งล่าสุดวันก่อน บนรถไฟฟ้าด้วย เจอตอนรอบนั้นเธอหลับตลอดทางเลย มารอบนี้ เจอแบบกะลังอ่านชีสอยู่ สงสัยวันนี้จะมีสอบก็ได้มั้ง ยังไงก็ขอให้ทำข้อสอบได้เยอะๆ ละกันคร้าบ ความจริงก็อยากทำความรู้จักนะ แต่ว่าใจมันไม่กล้านี่สิ ก็เลยบอกกลับตัวเองว่าถ้าเจอเธอ ครั้งที่ 3 จะรวบรวมความกล้าขอทำความรู้จัก (ตูบ้าไปแล้วรึเปล่าวะ)

MRT ก็มาถึงสีลมประมาณ 6.55 พอดี ก็เดินออกมา ว่าจะหาไรกินริมทาง แต่ปรากฎว่าร้านค้าริมทางหายไปไหนหมด อ้อ วันนี้วันจันทร์นี่หว่า เทศกิจเค้าห้ามขายของบนทางเท้า ว้า อุส่าจะหาหมูปิ้งกินแซบๆ เช้านี้ก็เลยได้เดินเข้าเซเว่น ซื้อกาแฟแก้วเล็กๆ กับขนมปังใส้เผือก มากิน ตอนกินก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 19 เข้าออฟฟิคไปว่าจะไปหาน้ำกิน ได้อ่านพาดหัวข่าววันนี้ รู้สึกของไทยรัฐจะเวอร์ๆ เหมือนเดิม เรื่อง ผ.ศ. มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ให้นักศึกษาร่วมหลับนอนเพื่อแลกกับเกรด แต่สุดท้ายก็ได้ลงเรียนซ้ำ นักศึกษาทนไม่ไหว เลยเข้าแจ้งความกับตำรวจ กลายเป็นเรื่องขึ้นมา ไทยรัฐว่าอย่างนี้ ส่วนรายละเอียดยังไม่แน่ใจว่ะ ต้องขอดูรายละเอียดและฟังความอีกข้างก่อน พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้เชื่อเพราะเป็นข่าว จงเชื่อเมื่อได้พิจารณาไตร่ตรองหลักเหตุผลดีแล้ว ตอนนี้ก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ ส่วนข่าวอื่นๆ ก็ไม่มีไรน่าสนใจเรื่องการเมืองเน่าๆ น่าเบื่อมากมาย ส่วนข่าวเรื่องบอลนัดชิงเมื่อคืนยังไม่ได้ดูเลย สงสัยเยอรมันได้แชมป์เพราะพาดหัวข่าวเรื่องไปรษณียบัตรทายผลนั้น บอกว่ามีคนทายเยอรมันเยอะพอสมควรเหมือนกัน เดี๋ยวค่อยไปหาดูอีกที

พอใกล้ 7 โมงก็ลงลิฟต์มารอพี่โอที่ข้างล่าง แล้วก็รอพี่ดี้ ซักพักก็มา ก็ออกจากสีลมประมาณ 7.20 วันนี้รถติดพอสมควรแถวาถนคอนแวนต์ กว่าจะมาถึงบางบ่อได้ ก็ประมาณไปแล้ว 8.05 มาสายแฮะ รู้สึกผิดจังวันสุดท้ายแล้วยังมาสาย แต่ปกติมาเช้าก่อนเวลาตลอดนะ วันนี้รถติด พอถึงผมก็ขอใบเอาโน๊ตบุคออก เพราะวันนี้ต้องเอากลับไปสีลม เข้ามาก็ไปห้องน้ำ เจอพี่คนนึงที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปเข้าค่ายงานปันฝันที่พัทยาเมื่อตอนต้นเดือน พี่แกก็เข้ามาคุยด้วย ถามไปถามมาก็รู้ว่าพี่แกชื่อโต๊ด อยู่ Dreamscape ก็บอกไปว่าผมทำงานที่นี่วันสุดท้ายแล้ว พี่แกก็เลยขอเบอร์ไว้ติดต่อ ก็ดีนะได้เพื่อนเพิ่มอีกคน จากนั้นไอ้เราก็นึกขึ้นได้ ก็เลยเดินไปขอเบอร์พี่น๊อคไว้ เผื่อได้ใช้ติดต่อกัน

กลับมานั่งที่บล็อคที่ใช้ทำงานวันนี้ที่บล็อคข้างซ้ายมือผมมีประชุมด้วย พี่คนที่น่ารักๆ มาประชุมด้วย หุหุ พี่โอมองตาเป็นมันเลย คงจะสเปคพี่แกแหละ ก็น่ารักดีนะ สเปคผมเหมือนกัน หุหุหุ วันนี้วันสุดท้ายแล้วว่าจะหาเรื่องทำความรู้จักอยู่ แต่ไม่รู้ต้องเข้าหาด้วยเรื่องอะไร เอาเถอะพักไว้ก่อน เพราะถึงรู้จักไปก็ทำอะไรไม่ได้ หัวใจมีที่ว่างไม่พอ มาถึงเรื่องงาน วันนี้ก็ไม่มีไรมาก พี่โอก็ Export ข้อมูลของ LDAP User มาให้ทำ ไอ้เรามันเทพ 555 โปรแกรมก็มีอยู่แล้ว (เขียนเองกะมือ) เมดธอด ก็มีทำไว้แล้ว ทำแปปเดียวไม่ถึง 10 นาที เสร็จ กลายเป็นคนว่างงาน ไม่มีไรทำกะลังจะนั่งเซ็ง แต่ซักพักพี่เบิ้มเข้ามา 555 ลากเจ๊แววมาด้วย กะลังคิดถึงอยู่พอดี ว่าแล้วก็เมาท์เรื่องไปเที่ยวสวนสยามให้เจ๊แกฟัง หุหุหุ หายหงอยไปได้ระดับหนึ่ง

 

11.23

                พึ่งสังเกตว่ามีเพื่อนโปรแกรมเมอร์มาทำงานที่นี่ด้วยอีกคนนึงเมื่อกี้ ไอ้นันท์ เห็นหน้าตาติ๋มๆ ยังงั้นมันกินเหล้าเป็นด้วยขอบบอก ที่สำคัญ วันนี้ทีมสาวตรวจสอบบัญชีคนที่น่ารักๆ มาทำงานด้วย หุหุ ฉุกเฉินๆ ได้เวลาทำ ER (Eating Reading) แล้ว ทำยังไงจะได้รู้จักเขานิ คงยากไอ้น้องเฮ้ย ชาตินี้อย่าหวัง ไม่สนเว้ย คนเรามีสิทธิ์ที่จะฝันและตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ ต่อให้ไปไม่ถึงอย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ จิงมะ

 

13.21

                กินข้าวมาอิ่มๆ วันนี้ยื้มตังค์เจ้ด้วย 2 ร้อย ว่าจะใช้คืนตอนเจอกันที่ออฟฟิค คุยกันสนุกมากมาย ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว แล้วก็กลับเข้าสู่บรรยาการเดิม เริ่มเซ็ง ไม่มีไรทำ เด๋วไปทำ ER (Eating Reading) สาวตรวจสอบบัญชีที่บล็อคข้างๆ ก่อน เหอๆ ทำเป็นไปเข้าห้องน้ำดีมั้ยเนี่ย ดีว่ะ ว่าแล้วก็จัดไป เหอๆๆ อิ่มไปเปราะนึง 555

16.58

                เครียดครับพี่น้องครับ ได้ยินแวบๆ ว่าพรุ่งนี้ อาจจะถึงสัปดาห์นี้ ต้องมาซัพพอร์ตที่เดนโซ่อีก ตามปกติครับพี่น้อง เอาล่ะสิ ทำไงดีล่ะครับบาดหนิ วันนี้กลับไปเงินเดือนออก ว่าจะถอนมาซื้อของซะหน่อยแต่ไม่รู้ต้องถอนเท่าไหร่ จาซื้อไรบ้างยังไม่รู้เล้ย อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ วันนี้ ทำไงดี แง แง แง

 

18.01

                กลับถึงสีลม คงประมาณนี้แหละ อยู่บนรถเมาท์ตลอดเลย คงไม่ได้เจอกันนาน ติดลม ทางทางพี่เบิ้มกับพี่โดมคง เซ็งบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง 555

                หัวเราะได้แปปเดียวครับ พี่เบิ้มฉาดมา ตั้ม พรุ่งนี้มึงกับไอ้โอเหมือนเดิม - -!! เฮ้ยย ไรว้า เฮ้ยย ไรว้า .....

 

20.16

                กลับถึงห้องโดยสวัสดิภาพ

June 29

ไดอารี่ บาร์ บาร์

ไดอารี่ บลา บลา 27 มิ.ย. 51 - เดาๆ อย่าคิดมาก [Part I]

สวัสดี, วันนี้วันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 51 เวลา 9 โมงเช้านิดๆ พอดีโปรเจคมันเสร็จแล้วเลยว่างๆ ไม่มีไรทำเลยหัดพิมพ์สัมผัสเล่นๆ (ยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่เลย)

เริ่มต้นด้วยเช้าวันนี้ผมตื่นมาราวๆ ตีห้าครึ่งกว่าๆ แต่ก็ปล่อยล่วงเลยมาจนถึงหกโมงนิดๆ (นาฬิกาดังไปแปดรอบ) ค่อยลุกมาอาบน้ำ แล้วก็แต่งตัวไปทำงานวันนี้โชคดีมากมาย เดินมาขึ้น MRT รอบ 6.35 ปรากฎว่าผมมีที่นั่งเฉยเลย ทั้งที่ปกติออกมาขึ้นรอบ 6.30 ก็ไม่มีที่นั่งแล้ว ต้องประมาณ 6.20 ถึงได้นั่งชัวๆแต่ก็กระนั้นแหละ นั่งสบายมาตลอดทาง เสียดายน่าจะนั่งที่ว่างฝั่งตรงข้ามมีสาวชุดนักศึกษาน่ารักๆ คนนึงนั่งหลับติดขอบกระจกตรงประตูแล้วที่นั่งข้างๆ เค้าว่างพอดี (คิดแล้วก็น่าเสียดายนะหุหุหุ เค้าอาจจะเอนมาพิงเราก็ได้ใครจะไปรู้ ฮ่าๆๆๆ) แต่ก็ไม่เป็นไรนั่งมองเขาหลับจากฝั่งนึงก็ดีไปอีกแบบก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ตัวหรือเปล่านะว่าเรามองเขาอยู่ อิอิ ก็ได้แค่มองแหละเพราะในใจมันมีใครบางคนอยู่แล้ว ห้องมันไม่ว่าง แต่ไม่รู้ว่าในใจเค้าจะมีเราบ้างหรือเปล่านี่สิความจริงก็ทำใจไว้แล้วนะว่า ถ้าเกิดผิดหวังขึ้นมามันจะเป็นยังไง แต่คนนี้ยังดีที่อย่างน้อยเราก็ได้บอกไปว่าเรารู้สึกยังไงเค้า ไม่เหมือนคนก่อนที่พอจะดูออกแน่ๆ ว่าเค้าก็ชอบเรา แต่ก็ไม่ได้บอกไป จนเค้ามีคนอื่น เพราะคิดว่าเราไม่สนใจ คิดแล้วมันก็น่าเสียดาย

พอขึ้นจากรถไฟฟ้ามา(มันอยู่ใต้ดินเด่ะก็ต้องขึ้นสิจริงมั้ย) ก็เดินไปหาซื้อของมากินแถวทางเดิน วันนี้ซื้อกาแฟนมสดกินแก้ว 15 บาทเค้าถามว่าเอาถุงมั้ย ตอบไปเลยไม่เอาครับช่วยลดโลกร้อน  แล้วก็เดินเลยมานิดนึงซื้อขนมจีบ 20 บาทได้สิบก้อน ออกช่องเจ็ดสีด้วย แต่ตอนไหนไม่รู้ มันก็อร่อยดีนะ คิดแล้วก็อยากเอาไปฝากคนที่เจอบนรถไฟเมือเช้า อิอิ กินเสร็จก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 19 หาที่ล้างมือกับทิ้งขยะ แล้วก็เดินเลยไปกินน้ำที่ห้อง ออฟฟิค ก็เลยอ่านข่าวนิดนึงก่อน บอลเมื่อคืนปรากฎว่าสเปนชนะ ได้ไปชิงกับเยอรมัน ในวันที่ 29 ผมก็ไม่รู้จะได้ดูหรือเปล่า เพราะมัวแต่ทำงานจนไม่ค่อยจะมีเวลาทำอะไรซักเท่าไหร่

แต่ข่าวที่ผมสนใจเป็นเรื่องของทีมทนายความของแม้วที่โดนศาลตัดสินจำคุก หกเดือนทันทีความจริงมันก็น่าจะรู้อยู่นะว่า ทำแบบนี้มันผิดชัดๆ แต่ก็ยังทำ แถมเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นที่ศาลฎีกาอีก ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หรือนายธนา ให้การว่าเป็นการหยิบถุงผิด โดยเข้าใจว่าเป็นถุงขนม เนื่องจากคนขับรถหยิบมาให้ผิด และ ตนก็ไม่ได้ตรวจสอบดูก่อนแต่ทางศาลพิจารณาจากหลักฐานและสภาพแวดล้อมแล้ว คำแก้ตัวของนายธนานั้นฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ไม่น่าที่จะนัดเข้าไปคุยกันสองคนในที่ลับ น่าจะฝากไว้ที่เคาเตอร์ก็ได้ แสดงว่ามีเจตนาในการกระทำผิด ถึงเป็นการละเมิดศาลขั้นรุนแรง มีความผิดฐานแทรกแซงกระบวณการยุติธรรมศาลตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสามทันทีหกเดือนไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเหตุเกิดที่ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศ ไม่สามารถยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีได้เพราะคำตัดสินของศาลฎีกาถือเป็นอันสิ้นสุด ก็สมควรกันไป ให้มันรู้ซะบ้างว่ากระบวณการยุติธรรมที่ไม่ขึ้นกับอำนาจบริหารของพวกนักการเมืองยังมีอยู่ในเมืองไทย

ยังไม่ทันได้อ่านเท่าไหร่เลย พี่โอก็โทรมาตามลงไป ว่าต้องไปบางบ่อแล้ว เราก็รีบลงมา เลยว่าจะไปอ่านต่อที่ออฟฟิคลูกค้าเอา

วันนี้มีเรื่องฮานิดนึงตอนขี่รถมา หลังจากที่ถึงบางบ่อแล้ว พี่วินัยที่ขับรถให้ไปเติมน้ำมันเสร็จแล้วขี่เลย ทางเข้า DENSO ไป เลยต้องเลยไปเข้าทางหนองคลองบึง หุหุหุ พี่วินัยก็คนนะคร้าบ เบลอเป็นได้เหมือนกัน

วันนี้พี่เบิ้มกับพี่อาร์มเข้ามาตอนเก้าโมงกว่า เพื่อรอประชุมกับทางลูกค้าของ DENSO คือ โคบายาชิ ซัง แต่การประชุมจะเริ่มตอน 11 โมง ซักพักตอน เกือบ 10 โมง Yamashiwa shun กับ Fujii shun ก็ตามมาสมทบ แล้วจากนั้นก็ประชุมปรึกษาหารือกันในกลุ่ม ผมก็นั่งฟังอยู่ด้วยเหมือนจะคุยกันเรื่องของโปรเจค CRO2 ที่ยังติดปัญหาเรื่องทำไม่ได้อีกประมาณ 331 เครื่อง ก็มีหลายสาเหตุที่ทำไม่ได้ ก็ต้องรอการยืนยันจากลูกค้าว่าจะเอายังไงส่วนผมก็รายงานเรื่องโปรเจค LDAP ที่ทำไปว่า สามารถทำอะไรได้บ้าง ก็บอกไปว่า วันที่ 20 สามารถแอดอิเมล์ลง LDAP ได้แล้ว 1312 รายชื่อส่วนของวันที่ 26 นั้น จากการ matching แล้วพบว่าสามารถที่จะแอดอิเมล์ ได้ทั้งหมด 1490 รายการส่วนจะเพิ่มจากวันที่ 1312 เท่าไหร่นั้น คงต้องหาส่วนต่าง แล้วแอดเพิ่มเข้าไปใหม่อีกที ที่ไม่แอด 1490 ลงไปทีเดียวเลยนั้นพี่โอกลัวว่ามันจะไป stack กับของเดิมที่แอดเข้าไปก่อนแล้วก็เลยให้ใช้วิธีการหาส่วนต่างแล้วเพิ่มเข้าไปเอาจากนั้นพวกพี่แกก็ไปไหนไม่รู้ผมไม่ได้ยินเค้าคุยกัน แต่ซักพักก็กลับมา คงใกล้จะเริ่มประชุมแล้วล่ะ ผมคงต้องไปหาที่กินของป่าซะแล้ว (DotA) อยู่รับความกดดันไม่ไหวโดนกดทั้ง 3 ซอยเลย ไม่ได้เกิดแน่ๆ ต้องให้ระดับบิ๊กบอสเค้าลุยกัน ไอ้เราเป็นลูกกระจ๊อก เลือดไม่เยอะ มานาก็น้อย สตั๊นที่เดียวก็นอนแระได้ย้ายที่มานั่งกับพี่พจน์ เป็นพี่ที่เป็น IT ของเดนโซ่ แกจบ ม.ภาคฯ ขอนแก่นมา ฮ่าๆๆๆ เจอคนบ้านเดียวกัน สุดยอด แต่ผมก็ได้นั่งอยู่คนเดียวอ่ะพี่แกไปไหนไม่รู้ สงสัยจะไปซัพพอร์ตยูสเซอร์ น่านพูดถึงกลับมาพอดี ปล่อยพี่แกทำงานไม่ไปกวน

นั่งทางขวามือผมก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงนั่งทำงานอยู่ พี่แกก็น่ารักดี ท่าทางจะใจดีด้วย แต่ผมไม่รู้จักชื่อเลยไม่กล้าคุยด้วย ความจริงที่เดนโซ่ก็น่ารักหลายคนนะ พูดไม่หมด ไม่รู้จักชื่อซักกะคน รู้จักแค่พี่เก๋ พี่ต้อย พี่ปลา ที่เป็นบิ๊กๆ ของ IS, พี่เก๋จะออกแนวผู้ใหญ่น่ารักๆ แกเคยถามผมตอนกินข้าวครั้งนึง "ว่ามาถึงเมื่อไหร่" ไอ้เราก็จะตอบไปว่า แปดโมงก็พึ่งรู้ทีพี่แกถามน่ะ หมายถึงว่า จะมาอยู่ทำงานทีนี่จนถึงเมือไหร่จะได้ทำบัตรสำหรับเข้าออกไว้ให้ หุหุหุ กลายเป็นเรื่องฮาประจำวงอาหารวันนั้นไป พี่เก๋แกใจดี เอาขนมให้พี่โอกับผมกินตั้งหลายครั้งพี่ปลาจะเป็นคนนิ่งๆ ขรึมๆ แต่ทรงใจดีๆ นะ แกชอบเอากับข้าวมาให้ ส่วนพี่ต้อย คนที่พวกผมทำงานติดต่อด้วยมากที่สุด พี่ออดี้ ก็นั่งข้างพี่ต้อยเป็นมือวาเลยล่ะ ส่วนใหญ่เวลาไปกินข้าวพี่ต้อยจะไปด้วยคุยไปคุยมารู้ว่าพี่แกเป็นเด็ก มข. เก่า รุ่นอะไรจำไม่ได้ หุหุหุ พี่แก เป็นคนรักสุขภาพ ตอนกินข้าวผมไปตักน้ำมาให้ก็บอกพี่ไม่เอานะ ท้องพี่ไม่ค่อยจะดี ต้องรอซักพักก่อนค่อยกินน้ำได้ พักหลังไปดัดฟันมา หน้าดูเด็กขึ้นนะ พี่แกชอบกินน้ำผลไม้ปั่น บางทีก็ซื้อไปตั้งสองแก้ว ไม่รู้จะเอาไปกินเองหรือใครฝากซื้อ บอกตรงๆ ว่าตอนแรกผมกลัวพี่แกมาก ๆ แง แง เจอตอนเครียด T_T แต่หลังๆ ไม่ค่อยกลัวแล้ว พี่ต้อยก็ใจดีนะ แต่บางทีคนเราเมื่อเครียดมากๆ มันก็น่ากลัวไง เจ้าลงเขาเรียก แต่พี่ต้อยทำงานหนักมากเลยนะ แต่ยังดีที่มีพี่ออดี้คอยช่วยตลอดแต่พี่ดี้ก็ต้องกลับสีลมเหมือนกันหลังหมดสัญญาสิ้นเดือนนี้ ไม่รู้ว่าคนเมโทรที่มาแทน จะทำหน้าที่ได้ดีหรือเปล่าได้ยินแว่วๆ ว่าเป็นคนต่างชาติถ้าจะทำให้พี่ต้อยทำงานหนักขึ้นก็๋สงสารพี่แกแย่เลย แต่ไม่เป็นไร รุ่นพี่ มข. เราถึกอยู่แล้ว สู้ๆ ต่อไปครับ

ทำงานมาถึงวันนี้ก็เป็นวันรองสุดท้ายที่ผมจะอยู่เดนโซ่แล้ว วันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ทราบว่าตัวเองรู้จะสึกยังไงนะ ไม่ต้องตื่นเช้าแล้ว ไม่ต้องรอพี่ดี้ทำงานแล้ว ไม่ต้องกลับดึกแล้ว แต่เวลาที่คนเราอยู่ที่ไหน หรือกับใครนานๆ มันจะเกิดความผูกพัน จริงมั้ย ถ้าวันนึงเราไม่ได้ไปที่นั่นแล้ว ไม่ได้เจอคนคนนั้นแล้ว ความรู้สึกเหมือนจะบอกกับเราว่ามีอะไรบางสิ่งบางอย่างได้ขาดหายไป

แต่ก็ไม่แน่สิ โปรเจคหน้าอาจจะไม่พ้นเดนโซ่นี่แหละผมว่า คงต้องอยู่กันอีกนาน

ขอพักยกไว้ก่อน ตอนนี้บิ๊กบอสก็กำลังประชุมกันแล้ว หุหุหุ

ขอไปกินข้าวเสร็จก่อน ค่อยมาเขียนต่อ

 

13.15

ไปกินข้าวมาแล้ว วันนี้ที่เดนโซ่ มีของกินหลายอย่างมากมาย ก็อร่อยดีนะ ถูกด้วย สองอย่าง 15 บาทเอง กินเสร็จก็ไม่มีอะไรมากก็เดินผ่านร้านขายของ คล้ายสหกรณ์ของเดนโซ่น่ะแหละ ซื้อเป็ปซี่มากินป๋องนึง แน่นเอี๊ยดเลย ได้ความมาจากพี่โอว่าโปรเจคของเราน่ะเสร็จแล้ว ลูกค้าเค้าคอมมิตแล้วข้อมูลที่ต้องการก็มีแค่นี้ เหลือวันสุดท้ายที่ต้องมาคือวันจันทร์ก็มาให้ครบส่วนงานในวันนั้นก็คือคอยซัพพอร์ตพี่ดี้ เท่านั้นเอง ว่าแล้วก็กลับมาทำงานต่อ งานที่ค้างไว้ตั้งแต่ตอนเที่ยงก่อนที่จะไปกินข้าว คือทำส่วนของการ matching ข้อมูลของ LDAP User ของวันนี้แล้วเทียบกับ วันที่ 20 ว่ามันต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งที่เราทำก็ได้รู้ว่ามันได้มาทั้งหมด 1694 คน แต่ที่เจอใน Notes Server นั้น มีประมาณ 1502 รายการ ก็จัดการแล้ว เกนไฟล์สคริปให้พี่โอไป อันนี้ภูมิใจมากโปรแกรมเกนสคริปไฟล์นี่เขียนเองกับมือ แรกๆ มันก็ห่วยๆ ทำไรไม่ได้มาก แต่ก็ค่อยๆปรับแต่งเพิ่มนั่นเพิ่มนี่ให้มัน จนมันสามารถทำอะไรได้หลายอย่างขึ้น อันนี้มันก็เหมือนกับชีวิตของคนเราน่ะแหละ ถ้าได้ลองทำอะไรซักอย่างแล้ว แรกๆ มันอาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควรก็ต้องค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขกันไป แต่ว่าถ้าเราไม่ได้ทำแล้วบอกว่าทำไม่ได้นี่สิ มันจะมีอะไรให้เราแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นล่ะ จริงมั้ย ก็เหมือนกับตอนแรกน่ะแหละ ไอ้โปรแกรมนี้ก็ไม่คิดว่าจะเขียนได้ แต่ก็ลองๆ ดูหน่อยวะ ทำเอาแค่พอใช้ได้ก็พอ ทุกอย่างมันเริ่มจากตรงนี้แหละ ก็เหมือนกับปราสาทที่ยิ่งใหญ่ก็ก่อเกิดจากดินและทรายเม็ดเล็กๆ อัดตัวกันเป็นหินที่แข็งแรงแล้วใช้ก่อตัวเป็นปราสาทที่แข็งแกร่งได้

โอโห ขณะกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่ามาจากบริษัท WBS ตั้งอยู่ที่อาคาร Thai CC ชั้น 35แถว BTS สุรศักดิ์ บอกว่าให้เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัท คือแบบว่าจำได้ว่าเคยไปกรอกข้อมูลหางานพาร์ไทม์ไว้ครั้งนึงนี่แหละ มันเคยโทรมาแล้วครั้งนึง วันนี้โทรมาคอนเฟิร์มว่าจะไปงานมันพรุ่งนี้หรือเปล่า ดีที่เมื่อคืนได้ลองหาข้อมูลดู ปรากฎว่าไม่เจออะไรเลย เจอแต่ในประกาศรับสมัครงาน ไรไม่รู้ขึ้นเต็มไปหมด ไปเจอเข้าที่เว็บของพันทิพย์ ปรากฎว่ามันเป็นบริษัทพวกหลอกลวงต้มตุ๋น หลอกคนเข้าไปฟังก่อนครั้งแรก ครั้งต่อมาจะให้ซื้อบัตรไปเข้างาน how to make money ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในราคา 550 บาท จากนั้นก็จะให้สมัครสมาชิก ซื้อของ เพื่อให้มีสิทธิ์ในการขายของ รู้สึกของที่เอามาขายนี่ จะเป็น Herbalife มั้ง การสมัครก็มีหลายแบบเสียเงินมากน้อยต่างกัน อย่าาาา ไป เด็ดขาดดดด เค้าจะมีวิธีหลอกล่อสารพัด พยามพูดว่าเงินอยู่ในกระเป๋าคุณไม่มีใครเอาไปได้หรอก(ก็มึงไงสาดด - -!!) ก็บอกปัดมันไปว่าไม่แน่ใจในตัวบริษัทอ่ะ ข้อมูลไม่มีอะไรเลยแล้วจะให้เราเชื่อได้อย่างไร พอมันเห็นท่าไม่ดีก็เรียกหัวหน้ามันมาคุย พอหัวหน้ามันโทรมาก็พูดเหมือนท่องสคริปเลย ฟังดูรู้เลยว่าเป็นขัดๆ แม่งๆ ไอ้เราก็ตอบไปเรื่อยเปื่อย บอกว่าจะพาน้าไปด้วยแกเป็นทหาร ทำงานลับให้กองทัพ ส่วนทำอะไรนั้นไม่รู้ รู้แต่ว่ากลับมาทีไรแกต้องไปทำบุญทุกที (ของจริง) มันก็เจื่อยๆ ไปพักนึง แล้วก็ท้าว่าจะพาตำรวจมาด้วยก็ได้ เหอๆ พูดไปพูดมาผมก็บอกขอข้อมูลบริษัทเพิ่มหน่อย เพราะที่ไปเจอแมร่งมีแต่ข้อความขยะๆ โพสรับสมัครงาน ไอ้เราก็เลยบอกว่าเดือนหน้าได้มั้ย เพราะเหมือนผมจะไม่ค่อยว่าง มันก็บอกงั้นคุณคงหมดโอกาศแล้วล่ะ เพราะเรารับแค่ 150 คน เดือนหน้าไม่รู้จะมีอีกหรือเปล่า (กูไม่เชื่อ ยังจำได้ว่าลูกน้องมึงบอกกูครั้งแรก มันจัดกันทุกอาทิตย์) ผมก็เลยว่าเออๆ มีการมาบอกอีกถ้าคุณจริงจังก็โทรกลับมาเบอร์นี้นะ ก่อน 1 ทุ่ม 555 น้ำเสียงเป็นหงุดหงิดๆ นิดนึง ช่างแมร่งมัน ไงกูก็ไม่โทรไปหรอก

ความจริง MLM ดีๆ ก็มีเยอะนะอย่างเช่น Missteen, Gitfareen,Amway ไรนี่อ่ะ ระบบและแผนการตลาด โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ มีข้อมูลบริษัทที่มากพอ แล้วก็ไม่เวอร์จนเกินไป ไม่มีอะไรหรอกที่จะได้เงินมาง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องลงแรงอะไร ถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องศึกษาให้ละเอียดพอก่อน อย่ารู้เพียงผิวเผิน ไม่งั้นไม่มีทางสำเร็จได้หรอก

 

เฮ้อเขียนไรเล่นๆ ประจำวันนี่มันก็ได้เยอะเหมือนกันแฮะ เหมือนพูดกับตัวเองไงไม่รู้ ทำให้รู้ว่าในวันหนึ่งๆ นั้นเราทำอะไรไปบ้าง เราทำได้หลายอย่างเลยโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าทำ เพราะมันเป็นความเคยชินไง สมองเราเลยไม่ใส่ใจที่จะจดจำ ถ้ามันไม่ใช่เหตุการณ์ที่สำคัญๆ จริงเราจะลืมไปเลยว่าวันนั้นเราทำอะไรไปบ้าง แหะๆ วันนี้ท่าทางเราจะบ้าแฮะ เด๋วเอาไอ้นี่ไปลง Hi5 ดีกว่าเผื่อมีคนบ้ากว่ามาอ่านแล้วเมนท์ให้ 555

 

15.29

นั่งมานานแล้วอ่ะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน

ผ่านหน้าห้องน้ำก็เจอสาวๆ น่ารักๆ อยู่บ้าง พอเป็นกำลังใจให้เดินไปบ่อยๆ  อิอิ

 

เฮ้อไม่รู้ว่าวันนี้จะได้ออกจากบางบ่อกี่โมงเนี่ย ความจริงมันเลิก ห้าโมงเย็๋นทุกวันอ่ะแหละแต่ว่า ต้องรอพี่ดี้เคลียร์งานเสร็จก่อน ดีหน่อยก็หกโมงนิดๆ ได้กลับ แต่ถ้าวันไหนโชคร้าย  - -!! กว่าจะได้ออกจากนี่ก็ปาเข้าไปสามทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มก็มี ก็ได้แต่นั่งอ่านสือพิมพ์ข้างนอก ไม่ก็เล่นเกมส์กู้ระเบิด winmine ของวินโด้อ่ะ (ทำไงได้ฟะมีให้ตูเล่นแค่นี้ ลองได้ยกดครื่องที่ห้องมาได้ล่ะ น่าดู) ไม่รุ้ใครเคยเล่นมั่งเล่นจนเคลียร์หมดแระ เลยตั้งแบบ custom 24x30 แล้วระเบิดมี 600 ลูก หึหึหึ จากนั้นก็ไม่เคยผ่านอีกเลย ถ้าใครที่เล่นจนเคลียร์แล้วมาบอกมั่งเด๊ะ ที่ไม่ชอบงานออกไซด์ก็แบบนี้แหละ ถึงเวลากลับแล้วมันไม่ได้กลับไง เสียเวลาทำอย่างอื่นเยอะเลย ยิ่งช่วงนี้ยังไม่พ้นช่วงโปร ค่าไซด์ก็ยังไม่ได้รู้สึกไม่คุ้มอย่างแรง โปรยังเหลือเดือนหน้าอีกเดือนนึง คาดว่าเสร็จโปรเจคเดือนนี้แล้วน่าจะได้ย้ายกลับไปอยู่ออฟฟิคที่สีลม ก็ดีนะ เอาให้พ้นโปรก่อนค่อยออกไซด์ก็ได้ จะได้ไม่รู้สึกว่าเหนื่อย ฟรีๆ (หุหุ ดู๊ ดู ความคิด)

แต่ก็บ่ยั่นหรอก ไปไหนก็ไป ได้หมดแหละ เด๋ว AGSS เสร็จโปรเจค เดนโซ่กันหมดแล้วจะต้องไซโคร พี่เบิ้ม ไปทริป เอาแบบค้างคืนด้วย แบล็คเลเบล ซักกึ๊กสองกึก ก็พอ หุหุ

 

16.52

เมื่อกี้ไฟที่เดนโซ่ตก ดับพรึบเลย แต่ก็แค่แปปเดียว พี่ดี้เดินมาคุยด้วย บอกว่าวันนี้กลับเร็ว ขอ อีก 20 นาที เย้ ๆๆๆๆๆ วันนี้จะได้กลับบ้านเร็วสมใจอยากแล้วคร้าบ พี่น้อง หุหุหุ ( พี่แกเคยบอกแบบนี้ครั้งนึง แต่ได้กลับจริงๆ ก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่มเหอะ ๆ)

ว่าแล้วก็ปวดฉี่ไปเข้าห้องน้ำดีกว่า คาดว่าออกมาคงได้กลับพอดี

 

22.45

                กลับถึงห้องครับ ทีแรกกะจะโพส Hi5 แมร่งได้ 2000 ตัวอักษร ดูตูเขียนเด๊ะ ไม่มีที่เก็บจับยัดแมร่งสเปคนี่แหละ ใครจะอ่านไม่อ่านไม่สนครับพี่น้อง แค่มีที่ให้ตูเก็บ ไว้เปิดดูยามแก่